พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คในปัจจุบัน

เฟสบุ๊ค เป็นหนึ่งในบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เปิดใช้งานเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2004 โดยผู้คิดค้นคือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก โดยปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้รับความนิยมทั่วโลก โดยการใช้งานในแต่ละประเภทเป็นไปตามลักษณะความเชื่อ ประสบการณ์ เพศและอายุ ของผู้ใช้แตกต่างกันไป โดยทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป ซึ่งเทคโนโลยีก่อนหน้านี้มี โทรศัพท์ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ในด้านการติดต่อสื่อสารเพื่อใช้ในการสนทนากัน แต่มีข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ เวลา โดยขยายการสื่อสารและเสียค่าบริการแก่ผู้ให้บริการ แต่ปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้เข้ามาเป็นสิ่งที่จำเป็นหนึ่งในการสื่อสาร ที่สะดวกกว่าโทรศัพท์โดยใช้สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ มือถือที่เรียกว่า สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้การติดต่อสื่อสารของผู้คนเปลี่ยนไปที่เรียกว่าสังคมออนไลน์ ทั้งนี้เฟสบุ๊คถือว่าเป็นเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลง คือ ทำให้เกิดการปฏิวัติทางการสื่อสาร เพราะคนจะสื่อสารกันได้รวดเร็วขึ้นและมีเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น

ในยุคปัจจุบันอินเทอร์เน็ต นับว่ามีบทบาทและมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น จนกลายเป็นการสื่อสารสมัยใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันโดยมีส่วนช่วยทั้งในเรื่องการศึกษา การทำงาน การติดต่อสื่อสาร ความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้อินเทอร์เน็ตมีความเติบโตและมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกวัน มีการพัฒนาช่องทางใหม่ ๆ บนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสำหรับในประเทศไทย มีผลสำรวจพบว่า ในปี พ.ศ. 2551 มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างกว้างขวางและนิยมการใช้เว็บไซต์ประเภทเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ด้วยเพราะเครือข่ายสังคมออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสื่อสารที่สร้างแค่ความบันเทิงให้กับบุคคลทั่วไป แต่กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่กำลังได้รับความนิยม จากการสำรวจของเฟสบุ๊คยังพบว่ากลุ่มผู้ใช้จำนวนสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 18-25 ปี โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นมาก เทคโนโลยีทางการสื่อสารอย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบเฟสบุ๊คนั้นมีข้อดี คือ การความสัมพันธ์ทางการสื่อสารในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่การสนทนาซึ่งกันและกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ลดช่องว่างทางระยะทางและเวลา เพราะทำให้เราได้พบเพื่อนใหม่รวมถึงพบเพื่อเก่าๆทำให้การสื่อสารง่ายและรวดเร็วมากขึ้นและยังทำให้เกิดการสื่อสารถึงกันคลอบคลุมทั่วโลกแต่หากมองถึงผลกระทบในปัญหาต่าง ๆ ก็จะพบว่ามีปัญหาต่างๆเช่นเดียวกัน อย่างเช่น ปัญหาเรื่องสิทธิส่วนบุคคล การละเมิด การทะเลาะวิวาท การใช้คำพูดและการนำรูปที่ไม่เหมาะสมลงในเว็บไซต์ รวมถึงการใส่ข้อมูลในเชิงไม่สร้างสรรค์ แม้กระทั่งการหลอกลวงต่างๆ

จะเห็นได้ว่าเฟสบุ๊คนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียหากใช้ในทางที่ถูกก็จะก่อใหเกิดประโยชน์ต่างๆมากมาย แต่หากใช้ในทางที่ผิดก็จะก่อใหเกิดผลเสียตามมาด้วย