พฤติกรรมการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

20120906214435ปัจจุบันนี้ปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคม หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวและไม่ส่งผลเสียหายต่อประเทศมากนักเพราะเป็นเรื่องความสมัครใจ แต่หากพิจารณาจากสถิติกรณีฆ่าตัวตายแล้วจะพบว่าในประเทศไทยจะมีบุคคลฆ่าตัวตาย ประมาณ 6 คน ต่อประชากร 1 แสนคน หรือประมาณเกือบ 4 พันคนต่อปี และช่วงหลังมานี้ปัญหานี้ได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ไปสู่กลุ่มคนทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นักแสดง นักธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะที่เป็นข่าวบ่อยๆช่วงนี้ คือ ข้าราชการ บุคคลติดอาวุธ ซึ่งก่อนที่จะก่อเหตุฆ่าตัวตายก็มักจะก่อเหตุฆ่าผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เป็นข่าวสะเทือนขวัญอยู่บ่อยครั้ง หากคิดเป็นตัวเลขความสูญเสียด้านชีวิตแล้วถือว่ามหาศาล

เนื่องจากการฆ่าตัวตายมีความแตกต่างกันหลายสาเหตุ เมื่อเกิดปัญหาก็เกิดความเครียด หาหนทางออกของการแก้ไขปัญหาไม่ได้ รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ในที่สุดหลายคนตัดสินใจหนีปัญหานั้นด้วยการฆ่าตัวตาย แต่ปัญหาไม่จบตามไปด้วย ทุกเรื่องยังคงอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความทุกข์ เศร้าโศกเสียใจให้กับคนใกล้ชิดอีกด้วย สังคมไทยจึงมีปัญหามากมายรุมเร้า การฆ่าตัวตายในประเทศไทย ภาคเหนือมาเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ เพราะเกิดจากหลายสาเหตุรุมเร้าไม่มีการแก้ปัญหา หาทางออกได้ดี เรื่องเหล่านี้ควรจะมีการแก้ไขปัญหา มีวิธีการช่วยเหลือคนเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆอีกมากมาย เพราะฉะนั้นสังคมควรจะมีการช่วยเหลือให้มาก

สำหรับปัจจัยทางด้านสภาพของสังคมและจิตใจนั้นเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เกิดมีการพยายามฆ่าตัวตายหรือฆ่าตัวตายของคนในสังคมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยู่ในวัยแห่งการเรียนรู้หรือวัยแห่งการศึกษา อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพสังคมไทยในยุควิกฤตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับการขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว ขาดที่ปรึกษาที่จะช่วยเหลือเป็นที่ระบายความคับแค้นข้องใจต่างๆ เนื่องจากสภาพของครอบครัวไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เด็กหรือเยาวชนในครอบครัวขาดผู้ชี้นำหรือได้รับความช่วยเหลือทางด้านจิตใจ