Internet Addiction Disorder โรคติดอินเตอร์เน็ตเป็นเช่นไร

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้น และจะมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเราสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกมากในหลากหลายอย่าง เหตุเช่นนี้เราจึกเห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในวงการอินเตอร์เน็ต

ปัจจุบันไม่ใช่เพืยงแค่ผู้ใหญ่วัยทำงานเท่านั้นที่จะได้ใช้งานอินเตอร์เน็ต แต่รวมไปถึงทุกเพศ ทุกวัยที่เข้าถึงโลกอินเตอร์เน็ต แต่ในการที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัยนี้ ไม่ใช่แค่มีเฉพาะข้อดีเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถแบ่งเวลาได้ก็สามารถทำให้เกิดโทษแก่ผู้นั้นได้เช่นเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือในภาษาอังกฤษที่ว่า Internet อาการของคนติดโรคติดอินเทอร์เน็ต เช่น  มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ  ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้  รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้  คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น  ใช้เป็นอินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา  หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง  มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย อาการเหล่านี้คืออาการที่ไม่ปกติในการใช้อินเตอร์เน็ต

แนวทางการแก้ไขปัญหาในโรคติดอินเทอร์เน็ต คือ แค่เพียงดึงปลั๊กคอมพิวเตอร์และถอดสายโทรศัพท์ออกจากโมเด็ม แต่ Ivan Goldberg จิตแพทย์ ผู้ค้นพบโรคติดอินเทอร์เน็ต ได้ให้คำแนะนำในการป้องกันและช่วยเหลือกับผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นหรือกำลัง จะเป็นโรคนี้ว่า ก่อนอื่นต้องรู้ว่าตัวคุณเองใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปหรือไม่ ในระดับไหน และรูปแบบลักษณะของการใช้ไปในรูปแบบใด จากนั้นก็ทำการวิเคราะห์จากพื้นฐานของปัญหาจริงๆ ว่าเกิดจากอะไร ทำไมคุณถึงได้ใช้อินเทอร์เนมากขนาดนั้น ซึ่งทั้งหมดอาจจะเกิดจากตัวคุณเอง หรือสังคมที่อยู่รอบข้างตัวคุณ ขั้นตอนที่สามคือการวางแผนการที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้น มากกว่าที่จะหลีกหนี หรือละเลยมันไป การหลีกหนีจากปัญหาจากโลกแห่งความจริง เข้ามาสู่โลกของอินเทอร์เน็ตไม่ได้ทำให้ปัญหาเหล่านั้นหายไป ลองปรึกษาคนรอบข้าง หาเพื่อนและเข้าสังคมมากจริงอยู่ อินเทอร์เน็ตกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคม เพิ่มความสะดวกสบายมาสู่การดำเนินชีวิตมากขึ้น นอกจากนั้น อินเทอร์เน็ตยังช่วยเปิดโลกทัศน์และสังคมของผู้คนให้กว้างขึ้นด้วย แตในทางกลับกัน ผู้คนมีสิทธิที่จะเลือกใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย สร้างความบันเทิง และใช้อินเทอร์เน็ตในการรู้จักโลกให้กว้างขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เลือกที่จะออกไปเห็นโลก สังคม และผู้คนจริงๆ ซึ่งอาจจะสนุกและน่าสนใจกว่า มากกว่าการที่จะรู้จักโลกในทุกมุมมองผ่านทางอินเทอร์เน็ต

 

สื่อและเทคโนโลยีที่มีบทบาทต่อวัยรุ่นในปัจจุบัน

การสื่อสารในยุคปัจจุบันได้รับการพัฒนาอย่างมาก จนกระทั่งไม่มีใครสามารถตามผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีได้ทัน เพราะมันมีความก้าวหน้าทุกวันทีเดียว คนส่วนมากพูดว่าการสื่อสารเป็นดาบสองคม เนื่องจากมันมีทั้งคุณและโทษ แต่ที่จริงประโยชน์และความเสียหายนั้นอยู่ที่คนใช้ ไม่ได้อยู่ที่การสื่อสาร อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ คนที่ใช้มันต่างหากที่จะทำให้เครื่องมือนี้มีคุณประโยชน์ต่อชีวิตหรือเป็นความหายนะต่อสังคม โทรศัพท์มือถือช่วยประหยัดเวลาและเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมต่างๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดียิ่งสำหรับการทำธุรกิจหรือใช้ในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น แต่หากเป็นการสื่อสารเพื่อความชั่ว อาทิเช่น วัยรุ่นหนุ่มสาวที่ใช้พูดคุยกันโดยไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์และไม่คำนึงถึงข้อผิดข้อห้ามในอิสลาม ย่อมส่งผลอันเลวร้ายต่อครอบครัวและสังคม กี่มากน้อยที่ครอบครัวหลายครอบครัว ชีวิตหลายชีวิต ต้องประสบภัยและความวิบัติแห่งอุบายของผู้ไม่มีความรับผิดชอบ โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้อื่น คุณเคยคิดมั้ยว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตโดยปราศจากมือถือคุณจะอยู่ได้มั้ย คุณจะมีความสุขมั้ย เรานี่แหละเป็นผู้สร้างระบบชีวิต และเป็นผู้กำหนดสิ่งจำเป็นในชีวิตของเรา

โทรทัศน์ก็เช่นเดียวกัน มันกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสนุกสนานในครอบครัวโดยไม่มีใครนึกว่าจะมีสิ่งอื่นที่มีบทบาทในครอบครัวแทนโทรทัศน์ จึงเกิดการเข้าใจว่าชีวิตของเราผูกพันกับการสื่อสารหลายประเภทแบบนี้ ทำให้เราคิดว่าชีวิตของเราจะล้มเหลวหากไม่มีระบบการสื่อสารดังกล่าว คุณเคยคิดมั้ยว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องดูทีวี ถ้าต้องการเสาะหาข่าวสารก็ติดตามหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์ข่าวทางอินเตอร์เน็ต คุณจะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้หรือไม่

การสื่อสารเปรียบเสมือนแว่นตาที่จะทำให้เรามองเห็นหรือเห็นได้ชัดขึ้น ตราบใดการสื่อสารที่เราใช้มีรูปแบบและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอื่นที่มิใช่อิสลามนั้น การวิเคราะห์ปัญหาก็ต้องมุ่งไปตามภาพที่เราได้รับมาจากแว่นตาอันนั้น คุณว่ามั้ย เยาวชนหนุ่มสาวที่เข้าไปดูเว็บไซต์ที่เผยแพร่ชีวิตของชาวตะวันตกในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความบันเทิง หรืออื่นๆ พอกลับมาอยู่ในสังคมของเขาก็ย่อมเกิดการเปรียบเทียบ และด้วยการที่เยาวชนด้อยประสบการณ์ อาจเกิดความเข้าใจว่าชีวิตของตนจะไม่สมบูรณ์และบรรลุความสำเร็จจนกว่าจะให้ระบอบชีวิตแบบชาวตะวันตกปรากฏในชีวิตของตน และนั่นคือความวิบัติที่เยาวชนหนุ่มสาวต้องประสบหากไม่มีพื้นฐานแห่งอีมาน หรือไม่มีความภูมิใจในศาสนาของตน

เราต้องการให้เยาวชนหนุ่มสาวของเรามิใช่เป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีและการสื่อสารของผู้อื่นเท่านั้น แต่ต้องการให้พวกคุณเป็นผู้ผลิต ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการสื่อสารและเทคโนโลยีต่างๆให้สอดคล้องกับชีวิตของมุสลิม อย่างน้อยที่สุดก็เป็นผู้บริโภคแบบคัดเลือกและรู้จักสรรหาสิ่งที่ดี เพื่อขจัดความชั่วที่ผ่านมาทางสื่อมิให้มีอิทธิพลหรือความสำคัญในชีวิตของตน

พฤติกรรมการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

20120906214435ปัจจุบันนี้ปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคม หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวและไม่ส่งผลเสียหายต่อประเทศมากนักเพราะเป็นเรื่องความสมัครใจ แต่หากพิจารณาจากสถิติกรณีฆ่าตัวตายแล้วจะพบว่าในประเทศไทยจะมีบุคคลฆ่าตัวตาย ประมาณ 6 คน ต่อประชากร 1 แสนคน หรือประมาณเกือบ 4 พันคนต่อปี และช่วงหลังมานี้ปัญหานี้ได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ไปสู่กลุ่มคนทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นักแสดง นักธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะที่เป็นข่าวบ่อยๆช่วงนี้ คือ ข้าราชการ บุคคลติดอาวุธ ซึ่งก่อนที่จะก่อเหตุฆ่าตัวตายก็มักจะก่อเหตุฆ่าผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เป็นข่าวสะเทือนขวัญอยู่บ่อยครั้ง หากคิดเป็นตัวเลขความสูญเสียด้านชีวิตแล้วถือว่ามหาศาล

เนื่องจากการฆ่าตัวตายมีความแตกต่างกันหลายสาเหตุ เมื่อเกิดปัญหาก็เกิดความเครียด หาหนทางออกของการแก้ไขปัญหาไม่ได้ รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ในที่สุดหลายคนตัดสินใจหนีปัญหานั้นด้วยการฆ่าตัวตาย แต่ปัญหาไม่จบตามไปด้วย ทุกเรื่องยังคงอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความทุกข์ เศร้าโศกเสียใจให้กับคนใกล้ชิดอีกด้วย สังคมไทยจึงมีปัญหามากมายรุมเร้า การฆ่าตัวตายในประเทศไทย ภาคเหนือมาเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ เพราะเกิดจากหลายสาเหตุรุมเร้าไม่มีการแก้ปัญหา หาทางออกได้ดี เรื่องเหล่านี้ควรจะมีการแก้ไขปัญหา มีวิธีการช่วยเหลือคนเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆอีกมากมาย เพราะฉะนั้นสังคมควรจะมีการช่วยเหลือให้มาก

สำหรับปัจจัยทางด้านสภาพของสังคมและจิตใจนั้นเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เกิดมีการพยายามฆ่าตัวตายหรือฆ่าตัวตายของคนในสังคมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยู่ในวัยแห่งการเรียนรู้หรือวัยแห่งการศึกษา อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพสังคมไทยในยุควิกฤตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับการขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว ขาดที่ปรึกษาที่จะช่วยเหลือเป็นที่ระบายความคับแค้นข้องใจต่างๆ เนื่องจากสภาพของครอบครัวไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เด็กหรือเยาวชนในครอบครัวขาดผู้ชี้นำหรือได้รับความช่วยเหลือทางด้านจิตใจ

ปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยในปัจจุบัน

ปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยในปัจจุบันปัจจุบันปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านกายภาพ  เศรษฐกิจและสังคมเมือง  ประกอบกับวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเจริญเติบโตมีความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย  จิตใจ  และอารมณ์  ทำให้วัยรุ่นประสบปัญหามากมาย  เช่นปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาการทำแท้ง  ปัญหาโรคเอดส์  ปัญหาความรุนแรง  เป็นต้นทั้งนี้ปัญหาที่สำคัญของวัยรุ่นในปัจจุบัน  ได้แก่  ปัญหายาเสพติด  ปัญหาที่เกิดจากการขาดความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย  และปัญหาความรุนแรง  ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากปัญหาครอบครัว  สภาพแวดล้อมใกล้ตัวที่ชักจูงไปในทางไม่ดี   และการใช้ความรุนแรงในสังคม

ผลกระทบของปัญหาที่ศึกษาต่อสังคม

  1. ปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยวัยรุ่นด้วย ไม่ค่อยเชื่อฟังในสิ่งที่ผู้ปกครองบอก ส่วนใหญ่จะเชื่อเพื่อนและไปตามเพื่อน อารมณ์ความรุนแรงของวัยรุ่นทำให้เกิดผลกระทบและปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย
  2. ปัญหาทางด้านการเรียน การใช้สมอง สติ ปัญญา ในการเรียนจะลดน้อยลง เนื่องจากเด็กวัยรุ่นบางคนเที่ยวกลางคืน และไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน ความคิดก็ไม่ไปกับสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ ทำให้จิตใจเหม่อลอย ไม่มีสติในการเรียน ทำให้มีผลผลกระทบต่ออนาคตของวัยรุ่น
  3. การมีรักในวัยเรียนของวัยรุ่น วัยรุ่นบางคนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การทำแท้ง การติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์
  4. ปัญหาการติดยาเสพติด การเริ่มเข้าไปใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นยังเป็นเรื่องของความ”อยากลอง” ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน” ปัจจุบันมีเด็กบางคนหันเข้าไปหายาเสพติด เพียงเพราะรู้สึกว่า ใครๆ เขาก็ทำกัน เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะแปลกอะไร ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด กลายไปเป็นเหยื่อของสารเสพติด และเป็นปัญหาของสังคมที่ยังแก้ไม่หาย

ปัญหาของวัยรุ่น ที่เป็นปัญหาทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย มีผลกระทบต่อตัวของวัยรุ่นเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ซึ่งปัญหานี้ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ การศึกษาเรียนรู้ และหาแนวทางการในการแก้ปัญหาต่อไป

พฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

Image.aspxธุรกิจที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับกระแสตลาดได้นั้นย่อมมีโอกาสรอดจากสมรภูมิการตลาดได้มากกว่า ซึ่งสิ่งที่สามารถทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้นก็คือการรับฟังลูกค้า และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและความคิดของพวกเขา การเอาใจใส่ลูกค้าอยู่เสมอจะทำให้เราสังเกตได้เองว่าพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไร และต้องการอะไรจากเรา ปัจจุบันเป็นยุคที่พฤติกรรมของผู้คนนั้นมีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง สินค้าส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยการสร้างตัวเลือกหรือข้อเสนอของสินค้าและบริการให้ตรงใจและตรงความต้องการมากขึ้น เพราะการกำหนดกฎเกณฑ์ทุกอย่างให้กับลูกค้านั้นอาจไม่ได้ตรงตามความต้องการของทุกคนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปเราเรียกการตลาดแบบที่ขายสินค้าปริมาณมากๆไปในทางเดียวกันหรือเป็นการตลาดแบบมวลชนจึงก่อให้เกิดการตลาดที่เป็นการเน้นให้ลูกค้าสามารถออกแบบและปรับแต่งสินค้าได้เองมากขึ้น

เกิดการแข่งขันกันมากขึ้นคือในเรื่องของการตอบสนองความต้องการสินค้าของลูกค้าได้ทันท่วงที เพราะลูกค้ายุคนี้มักต้องการสินค้าในทันที และยอมจ่ายเงินมากกว่าเพื่อให้ได้ลองใช้สินค้าและบริการใหม่ๆก่อนใครอีกด้วย ดังนั้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มผลิตผลของสินค้าและบริการ รวมไปถึงรูปแบบต่างๆของการกระจายสินค้าที่รวดเร็วก็จะสามารถชิงความได้เปรียบจากคู่แข่งในการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าก่อนได้เห็นผลแบบไม่ต้องสงสัย อีกทั้งพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันนี้ยังมีความต้องการสินค้าใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา อะไรที่เป็นสิ่งใหม่ในวันนี้จะต้องถูกถอดแบบขึ้นในวันต่อมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันท่วงที

ปัจจุบันสื่อมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า โดยที่ผู้บริโภคในปัจจุบันจะเปิดรับทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ แต่ในท้ายที่สุดของการตัดสินใจซื้อจะใช้ออนไลน์ จากผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลต่อการซื้อสินค้าเทคโนโลยี และสินค้าเพื่อสุขภาพความงามพบว่ารูปแบบการซื้อที่แตกต่างไปจากความเชื่อเดิม จะเห็นได้ว่าสื่อดิจิตอลมีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดวิธีคิด ทัศนคติ และการดำเนินชีวิต แทบจะทุกกิจกรรมในแต่ละวันจะมีสื่อดิจิตอลเข้ามามีบทบาทแทบทั้งสิ้น ร้านค้าปลีกต้องปรับตัวด้านเครื่องมือสื่อสารและช่องทางจำหน่าย ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่ผ่านมาได้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว จากการพัฒนาช่องทาง ชอปปิง ออนไลน์ของกลุ่มค้าปลีก

ทัศนคติและพฤติกรรมในการใช้เทคโนโลยี

“ผลจากการที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมกระแสหลักนั้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ในฐานะผู้บริโภค เราลองใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ และเก็บแอพพลิเคชั่นที่เราคิดว่ามันทำให้ชีวิตของเราความสมบูรณ์แบบมากขึ้น จนเราไม่ทันสังเกตว่าทัศนคติและพฤติกรรมของเรากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา บริการและสินค้าที่เมื่อไม่นานมานี้เราเคยคิดว่าไกลเกินจินตนาการ ตอนนี้กลับเป็นที่ยอมรับและคาดว่าจะเข้าถึงมือตลาดคนหมู่มากได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้นก่อนที่เราจะไปถึงปี 2020 กับอนาคตที่ดูใกล้กับเรามากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

โดย 10 อันดับเทรนด์ของผู้บริโภคในปี 2015 มีดังต่อไปนี้

1. อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม รูปแบบการใช้งานสื่อแบบต่างๆ กำลังแพร่ขยายไปทั่วโลก ผู้ชมกำลังหันไปหาบริการออนดีมานด์ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงเนื้อหาวีดีโอข้ามแพลทฟอร์มได้โดยง่าย โดยในปี 2015 จะเป็นปีสำคัญที่ผู้คนจะชมวีดีโอจากการสตรีมเป็นรายสัปดาห์มากกว่าการดูรายการทีวีตามผังรายการ

2. บ้านที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อาศัย ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากในการติดตั้งเซนเซอร์ในบ้านที่สามารถแจ้งให้ทราบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำและไฟฟ้าอะไรบ้างหรือสมาชิกครอบครัวนั้นออกไปข้างนอกหรือกลับบ้านเมื่อไหร่

3. การสื่อสารผ่านทางความคิด การสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ จะปรากฏออกมาเรื่อยๆ ทำให้เรามีวิธีติดต่อกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวมากขึ้น เจ้าของสมาร์ทโฟนหลายคนอยากใช้งานอุปกรณ์แวร์เอเบิ้ลที่ทำให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ผ่านทางความคิด และเชื่อว่าอุปกรณ์นี้จะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020

4. พลเมืองอัจฉริยะ แนวคิดเรื่องเมืองอัจฉริยะนั้นน่าสนใจอยู่ แต่ความฉลาดที่ประกอบเป็นความอัจฉริยะดังกล่าวนั้นอาจเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปของพลเมือง ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เรารับข้อมูลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งตัดสินใจได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ผู้บริโภคเชื่อว่าแผนที่แสดงการใช้งานอินเทอร์เน็ต แอพพลิเคชั่นเปรียบเทียบการใช้พลังงานและเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์นั้นจะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020

5. เศรษฐกิจแบบแบ่งปันกัน ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เราสามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้แบบง่ายดายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมามากเท่าไหร่ แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจแบบแบ่งปันนั้นก็ยิ่งแพร่หลายมากขึ้นเท่านั้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดนั้นมีความเปิดกว้างต่อแนวคิดในการให้เช่าห้องว่าง เครื่องใช้ส่วนตัวในบ้านและอุปกรณ์หรูหราที่เหลือใช้เพราะว่าสะดวกและสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น

6. กระเป๋าเงินดิจิตอล
ร้อยละ 48 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นอยากใช้โทรศัพท์ในการจ่ายค่าสินค้าและบริการ ร้อยละ 80 เชื่อว่าสมาร์ทโฟนจะเข้ามาแทนที่กระเป๋าเงินในปี 2020

7. ข้อมูลของฉัน แม้ว่าการแบ่งปันข้อมูลเมื่อมีผลประโยชน์นั้นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนก็ยังไม่เห็นว่าควรจะเปิดเผยการกระทำของตนเองให้กับผู้อื่น ร้อยละ 47 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการจะจ่ายผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติตามไปด้วย ร้อยละ 56 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการให้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมดนั้นมีการเข้ารหัส

8. อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นเห็นว่าบริการคลาวด์ในหลากหลายรูปแบบนั้นเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีสุขภาพที่ดีและยืนยาวกว่าเดิม แอพพลิเคชั่นที่ใช้ขณะวิ่งจ็อกกิ้ง ตรวจวัดหัวใจและแผ่นที่สามารถตรวจวัดอาหารของเราได้นั้นถูกเชื่อว่าจะช่วยยืดชีวิตของเราได้ถึง 2 ปีต่อหนึ่งแอปพลิเคชั่น

9. หุ่นยนต์ใช้งานในครัวเรือน ผู้บริโภคนั้นเปิดรับต่อแนวคิดในการมีหุ่นยนต์ไว้ใช้งานในครัวเรือนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านในแต่ละวัน ร้อยละ 64 เชื่อว่าหุ่นยนต์จะมีอยู่ในบ้านเป็นเรื่องปกติในปี 2020

10. เด็กๆ นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ทุกอย่าง เด็กๆ นั้นจะเป็นผู้ที่ผลักดันความต้องการอินเทอร์เน็ตที่สัมผัสได้มากขึ้นต่อไป ซึ่งเป็นโลกทางกายภาพของเราที่มีการเชื่อมถึงกันเฉกเช่นเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมถึงกัน ผู้ใช้สมาร์ทโฟนร้อยละ 46 นั้นกล่าวว่าเด็กๆ นั้นคาดหวังว่าของทุกอย่างจะสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้เมื่อพวกเขาโตขึ้น

พฤติกรรม การใช้เทคโนโลยีกับการดำเนินชีวิตประจำวันของวัยรุ่น

ปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ไม่มีที่สิ้นสุด ได้ก่อเกิดนวัตกรรมที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ในหลายๆด้าน ไปมาหาสู้กันด้วยยานพาหนะ จัดส่งเอกสารผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ติดต่อค้าขายด้วยเครื่องคมนาคมและเส้นทางคมนาคมที่ทันสมัย ติดต่อสื่อสารกันด้วยเครื่องมือสื่อสาร เรียกว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการอยู่รอดของมนุษย์ มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตในทุกๆด้าน โครงงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เรื่องอิทธิพลของเทคโนโลยีปัจจุบัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีที่น่าจะมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นมากในยุคปัจจุบัน คือ เครื่องมือสื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือ ค่ายโทรศัพท์มือถือแต่ละค่ายต่างแข่งขันกันนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใส่ในโทรศัพท์มือถือของตน เพื่อกระตุ้นความอยากซื้อให้ผู้เสพเทคโนโลยีสนใจ นอกจากโทรศัพท์มือถือจะเป็นเครื่องสื่อสารแล้วยังสร้างความบันเทิงในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะ ดูหนัง ฟังเพลง เชื่อมอินเทอร์เน็ต เล่นเกมส์ ถ่ายรูป ดูนาฬิกา และอีกมากมาย ผู้เสพเทคโนโลยีกลุ่มใหญ่ก็คือวัยรุ่น ยิ่งมีฟังก์ชันเยอะ รูปลักษณ์สวยดูล้ำสมัย พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆราคาแพงๆ โทรศัพท์กลายเป็นเครื่องแสดงฐานะด้วยราคาค่าเทคโนโลยีที่สูงขึ้น โทรศัพท์กลายเป็นเครื่องสร้างความเสื่อมในสังคมเพราะการใช้เทคโนโลยี ที่ไม่ถูกต้องไม่สมควร แล้วคุณคิดว่าคนส่วนใหญ่ เห็นว่าโทรศัพท์คืออะไร

พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ที่มีต่อวัยรุ่น
มือถือกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งของวัยรุ่น เพราะมือถือก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อย เป็นทั้งเครื่องมือสื่อสารที่ย่นทั้งระยะทางและระยะเวลาระหว่างกัน เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านมือถือนั้นสร้างความสะดวกสบายให้กับวัยรุ่นได้อย่างมาก บางครั้งที่มีอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือด่วนมือถือก็จะมีประโยชน์มากในช่วงเวลานั้น หรือบางทีมือถือยังทำหน้าที่สร้าง และกระชับความสัมพันธ์ของคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง หรือกลุ่มเพื่อน ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกันมากแต่ก็เชื่อมความสัมพันธ์กันได้ด้วยมือถือ ยิ่งปัจจุบันนี้มือถือมีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าเดิมมาก ซึ่งนอกจากจะดูหนังฟังเพลงแล้วยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ต และยังสามารถเล่นได้เกือบทุกที่ทุกเวลา ยิ่งทำให้การติดต่อสื่อสารง่ายขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามการใช้โทรศัพท์มือถือให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นต้องคำนึงถึงความจำเป็น ใช้แต่พอเพียงเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของมือถือ พฤติกรรมด้านลบจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พบว่า ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือ กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนยุคโลกาภิวัตน์ที่จะขาดไม่ได้ จนกลายเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 โดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ ข้อเสียหากผู้ใช้ นำไปใช้ในทางที่ผิดหรือใช้ไม่เป็นทำให้เกิดโรคใหม่ๆ ตามมาหลาย โรคที่เกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีผลกระทบ ในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนไทย

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คในปัจจุบัน

เฟสบุ๊ค เป็นหนึ่งในบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เปิดใช้งานเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2004 โดยผู้คิดค้นคือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก โดยปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้รับความนิยมทั่วโลก โดยการใช้งานในแต่ละประเภทเป็นไปตามลักษณะความเชื่อ ประสบการณ์ เพศและอายุ ของผู้ใช้แตกต่างกันไป โดยทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป ซึ่งเทคโนโลยีก่อนหน้านี้มี โทรศัพท์ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ในด้านการติดต่อสื่อสารเพื่อใช้ในการสนทนากัน แต่มีข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ เวลา โดยขยายการสื่อสารและเสียค่าบริการแก่ผู้ให้บริการ แต่ปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้เข้ามาเป็นสิ่งที่จำเป็นหนึ่งในการสื่อสาร ที่สะดวกกว่าโทรศัพท์โดยใช้สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ มือถือที่เรียกว่า สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้การติดต่อสื่อสารของผู้คนเปลี่ยนไปที่เรียกว่าสังคมออนไลน์ ทั้งนี้เฟสบุ๊คถือว่าเป็นเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลง คือ ทำให้เกิดการปฏิวัติทางการสื่อสาร เพราะคนจะสื่อสารกันได้รวดเร็วขึ้นและมีเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น

ในยุคปัจจุบันอินเทอร์เน็ต นับว่ามีบทบาทและมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น จนกลายเป็นการสื่อสารสมัยใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันโดยมีส่วนช่วยทั้งในเรื่องการศึกษา การทำงาน การติดต่อสื่อสาร ความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้อินเทอร์เน็ตมีความเติบโตและมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกวัน มีการพัฒนาช่องทางใหม่ ๆ บนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสำหรับในประเทศไทย มีผลสำรวจพบว่า ในปี พ.ศ. 2551 มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างกว้างขวางและนิยมการใช้เว็บไซต์ประเภทเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ด้วยเพราะเครือข่ายสังคมออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสื่อสารที่สร้างแค่ความบันเทิงให้กับบุคคลทั่วไป แต่กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่กำลังได้รับความนิยม จากการสำรวจของเฟสบุ๊คยังพบว่ากลุ่มผู้ใช้จำนวนสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 18-25 ปี โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นมาก เทคโนโลยีทางการสื่อสารอย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบเฟสบุ๊คนั้นมีข้อดี คือ การความสัมพันธ์ทางการสื่อสารในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่การสนทนาซึ่งกันและกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ลดช่องว่างทางระยะทางและเวลา เพราะทำให้เราได้พบเพื่อนใหม่รวมถึงพบเพื่อเก่าๆทำให้การสื่อสารง่ายและรวดเร็วมากขึ้นและยังทำให้เกิดการสื่อสารถึงกันคลอบคลุมทั่วโลกแต่หากมองถึงผลกระทบในปัญหาต่าง ๆ ก็จะพบว่ามีปัญหาต่างๆเช่นเดียวกัน อย่างเช่น ปัญหาเรื่องสิทธิส่วนบุคคล การละเมิด การทะเลาะวิวาท การใช้คำพูดและการนำรูปที่ไม่เหมาะสมลงในเว็บไซต์ รวมถึงการใส่ข้อมูลในเชิงไม่สร้างสรรค์ แม้กระทั่งการหลอกลวงต่างๆ

จะเห็นได้ว่าเฟสบุ๊คนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียหากใช้ในทางที่ถูกก็จะก่อใหเกิดประโยชน์ต่างๆมากมาย แต่หากใช้ในทางที่ผิดก็จะก่อใหเกิดผลเสียตามมาด้วย

แนวโน้มและพฤติกรรมการใช้ Social Networking

แนวโน้มของการของการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีอัตราเร่งที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับอัตราการเติบโตของธุรกิจด้านบอร์ดแบนด์และธุรกิจด้านการตลาดโทรศัพท์มือถือออนไลน์ (Mobile Online Marketing) ที่มีความรุนแรงมากขึ้นนั้น พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ จึงเริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมเครือข่าย (Social Networking หรือ บ้างก็เรียกว่า Social Media) กันมากขึ้น ดังนั้น เราควรที่จะเรียนรู้ว่า สังคมเครือข่าย หรือ Social Networking Social Networking หรือ Social Media คือ สังคม หรือการรวมตัวกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของกลุ่มคนรูปแบบหนึ่งที่ปรากฏตัวบนโลกออนไลน์หรือทางอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า ชุมชนออนไลน์ (Community Online) ซึ่งมีลักษณะเป็นสังคมเสมือน (Virtual Community) สังคมประเภทนี้จะเป็นการให้ผู้คนสามารถทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนความคิด แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยมีการขยายตัวผ่านการติดต่อสื่อสารกันอย่างเป็นเครือข่าย (Network) เช่น เว็บไซต์ Hi5, Facebook, Myspace, YouTube, Twitter เป็นต้น

จากสถิติการใช้ Social Networking ข้างต้น ทำให้เห็นว่า กลุ่มผู้ที่ใช้งานไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไป แม้ว่า เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น โลกของ Social Networking อาจมุ่งไปที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มวัยรุ่น แต่เมื่อรูปแบบของแพลตฟอร์มที่มีการพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น การใช้งานจึงการกระจายไปยังกลุ่มวัยอื่น ซึ่งในแต่ละกลุ่มจะมีการใช้ประโยชน์จาก Social Networking ที่แตกต่างกัน คือ

• กลุ่ม Generation Z มีอายุอยู่ระหว่าง 6-10 ปี คือ กลุ่มที่มีอายุที่น้อยที่สุด ซึ่งเกิดและเติบโตมาพร้อมกับยุคเทคโนโลยี Digital และ web 2.0 เป็นพวกที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เด็กกลุ่มนี้จะมีความต้องการใช้เทคโนโลยีสูงมาก เพราะนอกจากจะเป็นผู้ใช้แล้ว ยังเป็นผู้สร้าง หรือดัดแปลงเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ด้วย ชอบความเป็นอิสระ ความเป็นส่วนตัว นิยมที่จะใช้ Social Networking เพื่อเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเองผ่านเกมส์ออนไลน์ เช่น Ragnarok, Lunia, Mario

• กลุ่ม Generation Y และ Generation D (Digital) มีอายุระหว่าง 15-30 ปี คือ กลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) กลุ่มนี้เติบโตมาพร้อมๆ กับการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) สมัยใหม่ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลถึงชีวิตของพวกเขา ที่เห็นชัดเจนก็คือโทรศัพท์มือถือ Analog กับ Web 1.0 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของการสื่อสารแบบไร้สาย ดังนั้น คนรุ่นนี้จึงนิยมการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ชอบความทันสมัยของเทคโนโลยีดิจิตอล จะใช้เพื่อความบันเทิงและการติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มเพื่อน เช่น เล่นเกมส์ Download เพลง ภาพ หรือวีดีโอต่างๆ อย่าง Hi5, Facebook, YouTube คนกลุ่มนี้จึงเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรากฐานให้แก่สังคมในปัจจุบัน ซึ่งต่อไปในอีก10-20 ปีข้างหน้า พวกเขาก็จะก้าวขึ้นไปรับผิดชอบดูแลสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา แทน Generation X

• กลุ่ม Generation X มีอายุระหว่าง 30-45 ปี คือ กลุ่มคนวัยทำงาน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักการเมือง นักสื่อสารมวลชน เป็นกลุ่มที่รับเทคโนโลยีแบบผู้ใช้ (User + Consumer) เป็นส่วนมาก จะใช้ประโยชน์ในการสืบค้นหาข้อมูลข่าวสาร ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยการใช้เป็นเครื่องมือทางการสื่อสารการตลาด การค้นหาความรู้ การอ่านข่าวสารประจำวัน เช่น Wikipedia, Google Earth, Twitter, Webblog, Website ของสำนักข่าวต่างๆ นอกเหนือไปจากการใช้งานที่แตกต่างกันตามช่วงวัยแล้ว รูปแบบของการใช้ประโยชน์จาก Social Networking ก็ได้ขยายไปยังกิจกรรมต่างๆ

พฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัย

การขับรถเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ขับรถเป็นอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยฉับพลันและสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยมิได้คาดคิดเนื่องจากขาดความชำนาญ มารยาทในการขับรถมีความสำคัญไม่น้อยในการใช้รถใช้ถนน นักขับขี่ที่ดีควรแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ อะลุ้มอล่วย เห็นใจ แนะนำและให้อภัยต่อความผิดพลาดของผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการแสดงมารยาทที่ไม่สมควร

การสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย หลังจากพบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังอยู่ในปริมาณที่สูง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยจะรณรงค์ผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่งสิ่งพิมพ์ คัทเอาต์ ไวนิล และเว็บไซต์ นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ ด้วยการจัดตั้งภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุจราจร ซึ่งจะทำให้สามารถขยายผลการรณรงค์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

การบังคับใช้กฎหมายเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัยและการช่วยลดอุบัติเหตุ จากตัวเลขสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีระดับการบังคับใช้กฎหมายที่เพิ่มมากขึ้นในเชิงปริมาณ อาทิ จำนวนการตรวจจับผู้ขับขี่รถเร็วเกินอัตราที่กำหนด และจำนวนการตรวจจับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย แต่จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุเนื่องจากการใช้ความเร็วและการสำรวจติดตามพฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัย กลับไม่สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการใช้ความเร็วและการฝ่าฝืนไม่สวมหมวกนิรภัยจะมีแนวโน้มที่ลดลง

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องมีโครงการสร้างจิตสำนึกในใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและประชาชนในการปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกฎหมายและมีพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยเพื่อก่อให้เกิดกระแสการตื่นตัวไปสู่ความเข้าใจ รับรู้ และตระหนักที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จึงได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างวินัยและจิตสำนึกของประชาชน เพื่อลดอุบัติเหตุนี้ขึ้น เพื่อจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งความสะดวกปลอดภัย และเมืองน่าอยู่ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พฤติกรรมสังคมก้มหน้าที่สามารถเห็นได้ในที่สาธารณะทุกแห่ง

โทรศัพท์มือถือนับเป็นของเล่นอย่างหนึ่งเพื่อผ่อนคลาย

ถ้าใช้มันเพื่อความบันเทิงอย่างเดียวไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนรู้อื่นใดเลย มันจะเริ่มเสียของเพราะระบบช่วยให้เราสื่อสารเพื่อความเข้าใจกันได้ แต่ถ้าในนั้นมีแต่เรื่องไม่เป็นสาระ จึงทำให้หมดเวลาไปมากและไม่ได้เกิดการเรียนรู้อะไรที่เป็นประโยชน์เลย หรือยิ่งเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่เหมาะก็อาจทำให้เรากลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะมีคนเข้ามาเพื่อพยายามใช้ประโยชน์หรือทำอะไรที่ไม่ดี เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับคนที่ไม่รู้จักวัตถุประสงค์เข้ามาและกลุ่มเหล่านี้มักจะมีทักษะของการที่จะจับได้ว่าเรามีอารมณ์อย่างไรเพื่อแทรกเข้ามาตรงอารมณ์ที่อ่อนไหวและหาประโยชน์ ทำให้มีผลทางลบบางอย่างตามมา

ปัจจุบันพบว่าคนไทยมีปัญหาโรคตาที่มีสาเหตุจากการใช้คอมพิวเตอร์และจอต่างๆเพิ่มมากขึ้นทุกปี ผลพวงจากความสะดวก และความทันสมัยของการสื่อสารในปัจจุบันทำให้เราเสพติดการสื่อสาร ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน เราก็มันจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์บอกเพื่อนผ่านโปรแกรมแชท และผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอยู่เสมอจนติดเป็นนิสัย จนทำให้เราลืมไปว่าดวงตาของเรากำลังถูกใช้งานอย่างหนักเกินความจำเป็น เพราะการมองหน้าจอต่างๆไม่ว่าจะเป็นจอสมาร์ทโฟน จอแทปเล็ต จอคอมพิวเตอร์ และจอโทรทัศน์ ตลอดเวลา และติดต่อกันเป็นเวลานาน ดวงตาของเราจะต้องเจอกับแสงจ้าจากหน้าจอดังกล่าว เกิดอนุมูลอิสระสะสม จนอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาของเราได้

พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนและแทปเล็ตที่เพิ่มขึ้น

ยังทำให้ให้เกิดปัญหาแก่ดวงตา เพราะการเพ่งจ้องนาน จะทำให้เกิดปัญหาตาแห้ง กระพริบตาน้อยลง แสบตา การมองเห็นผิดปกติ มองไม่ชัด กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรม และการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นพบว่าผู้ที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมงติดต่อกันมีความเสี่ยงต่อการเกิดคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรมแล้วยังมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคต้อหินในประชากรที่เพิ่มมากขึ้น

ส่วนมากสามารถเห็นปรากฏการณ์สังคมก้มหน้าได้บนรถไฟฟ้า แต่ปัจจุบันสามารถเห็นได้ในที่สาธารณะทุกแห่ง เช่น ร้านอาหาร จะเห็นว่าเมื่อสั่งอาหารเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างก้มหน้าอยู่บนจอมือถือของตัวเองอย่างอัตโนมัติ ซึ่งหากมองในแง่ดีก็มี เช่น ประเทศญี่ปุ่นสาเหตุที่ไม่ให้ใช้โทรศัพท์บนรถไฟเพราะจะได้ไม่มีเสียงที่รบกวนออกมา หรืออีกข้อดีระบบที่สื่อสารกันเป็นระหว่างคน 2 คน ไม่เหมือนการพูดคุยโทรศัพท์ในที่สาธารณะที่คนอื่นจะได้ยินว่าเราคุยอะไรกัน นอกจากนี้ยังเป็นการสื่อสารที่ทำให้คนเราเริ่มค้นพบมุมที่เป็นความสนใจของตัวเองที่เมื่อก่อนอาจจะไม่มีพื้นที่มาก แต่ตอนนี้เริ่มเห็นมีการรวมตัวกัน

มนุษย์ในสังคมปัจจุบันชอบตรวจสอบคนอื่นไม่ยอมหันมาตรวจสอบตนเอง

สังคมไทยปัจจุบัน เป็นสังคมที่เห็นคุณค่าทางวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ ยิ่งพัฒนาไปเท่าใด จะยิ่งเกิดปัญหาจากการพัฒนาเท่านั้น ยิ่งมีวัตถุสนองความต้องการมากเท่าใดยิ่งไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ คนไทยในยุคโลกาภิวัตน์จึงมีปัญหาทางจิตเกิดขึ้นมากมาย เช่น มีพฤติกรรมการแสดงออกที่รุนแรง ขาดเมตตา ทั้ง ๆ ที่พระพุทธศาสนาสอนว่า เมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนโลก ทำให้คนไทยยุคใหม่ตกเป็นทาสของประเทศทุนนิยมที่ผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคมาเป็นเหยื่อล่อ ทำให้มนุษย์เกิดกิเลสอยากมีอยากได้ สนับสนุนให้เกิดค่านิยมบริโภคผ่านสื่อต่าง ๆ โดยปราศจากการควบคุม เมื่อเกิดความอยากมี อยากได้ แต่ไม่มีเงินซื้อจะกระทำทุจริต ลักเล็กขโมยน้อย ฉกชิงวิ่งราวดังที่เป็นข่าวอยู่เสมอ สังคมปัจจุบันจึงไร้ความมีน้ำใจ มนุษย์ชอบหมกมุ่นในกามคุณ เป็นที่รวมสิ่งยั่วยุทางเพศ สื่อลามกต่าง ๆ มากมาย มีสิ่งมอมเมาในรูปแบบการพนันต่าง ๆ อีกมาก เสพสิ่งเสพติด เช่น บุหรี่ ยาบ้า ยาไอซ์ เมื่อสังคมไทยตกอยู่ในสภาพแวดล้อมทางสังคมเช่นนี้ จึงหมกมุ่นจนถอนตัวไม่ขึ้น อีกทั้งคนส่วนใหญ่คิดว่า การมีความพร้อมทางวัตถุจะทำให้ชีวิตมีความสงบสุข จึงชอบวิ่งตามวัตถุ ไขว่คว้าหามาบำรุงชีวิต สิ่งใดที่ยังไม่มีเหมือนคนทั่วไปจะพยายามดิ้นรนหามา สิ่งที่มีอยู่แล้วก็ให้มีมากกว่าเดิม ถึงกับกู้หนี้ยืมสินมาซื้อหา ที่ถลำลึกอาจถึงขั้นทุจริตคิดมิชอบต่อหน้าที่การงาน คนประเภทนี้จะหาความสงบสุขทางใจไม่ได้จนตลอดชีวิต

มนุษย์ในสังคมปัจจุบันชอบตรวจสอบคนอื่น ไม่ยอมหันมาตรวจสอบตนเอง ดังคำสอนที่ว่า จงเตือนตนด้วยตนเอง หรือจงตั้งตนไว้ในคุณธรรมก่อน แล้วจึงสอนคนอื่น ทำได้เช่นนี้จึงจะไม่มัวหมอง ไม่ควรแต่คิดหาความผิดของคนอื่นหรือธุระที่เขาทำหรือยังไม่ทำ แต่ควรพิจารณาตนว่า อะไรที่ตนทำแล้วหรือยังไม่กระทำ ระบบการศึกษาอบรมของไทยในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากประเทศทางตะวันตก สอนให้รู้เรื่องภายนอกตัว มิได้เน้นว่าเมื่อเรียนรู้เรื่องของคนอื่นแล้ว ให้หันมาตรวจสอบตนเองบ้าง ระบบการศึกษาเช่นนี้เมื่อตนมีข้อบกพร่องอะไรกลับมองไม่เห็น หรือเห็นแต่แกล้งทำไม่สนใจ พฤติกรรมของมนุษย์ประการสำคัญ คือ มีศรัทธาเลื่อนลอย คนไทยนับถือพระนับถือเจ้าก็จริง แต่ส่วนใหญ่ไม่ เลื่อมใสอย่างมั่นคง ชาวพุทธที่นับถือพระรัตนตรัยจึงควรพึ่งตนเอง ยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นแรงบันดาลใจ ไม่ดูถูกความสามารถของตนเอง หันไปพึ่งผีสางเทวดาหรือสิ่งที่เหลวไหล หรืองมงายต่าง ๆ เช่น สัตว์ประหลาดหัวเป็นหมู หางเป็นหมา ปลาไหลเผือก เป็นต้น

การควบคุมพฤติกรรมของคนในสังคมปัจจุบันให้เกิดกระบวนการยุติธรรม

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์จะอยู่คนเดียวไม่ได้ มนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกัน และกัน มนุษย์ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม สังคม ในที่นี้ สังคมหมายถึง กลุ่มคนมากกว่าสองคนขึ้นไป มาอยู่รวมกันเป็นระยะเวลายาวนานในขอบเขต หรือพื้นที่ที่กำหนด สมาชิกประกอบด้วยคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งมีการติดต่อซึ่งกัน และกัน โดยมีวัฒนธรรม หรือระเบียบแบบแผนในการดำเนินชีวิตเป็นของตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถเลี้ยงตัวเองได้

แนวทางในการปฏิบัติตนให้ถูกต้องเหมาะสม เป็นมาตรฐานกำหนดว่าการกระทำใดถูกต้อง การกระทำใดผิด การกระทำใดยอมรับได้ หรือไม่ได้ การกระทำควร หรือไม่ควรกระทำบรรทัดฐาน จะดำรงอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของบุคคลตลอดเวลา ดังจะเห็นได้จากการที่เรารู้สึกไม่สบายใจวิตกกังวล หรือกลัวการถูกลงโทษ เมื่อทำในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรบรรทัดฐาน ได้แก่ วิถีประชา (folkways ) จารีต ( mores ) และกฎหมาย ( laws ) เรื่องวิถีประชา ได้แก่ แนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวันได้แก่ การเดิน การกิน การพูด การแต่งกาย มารยาท เป็นต้น เรื่องจารีต ซึ่งเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญในความรู้สึก ของคนทั่วไป จารีตเป็นกฎของสังคมที่กำหนดว่า การกระทำใดถูกต้อง การกระทำใดผิด การกระทำใดเป็นกรรมดี หรือกรรมชั่ว เป็นกฎเกณฑ์ และข้อห้ามที่มีความสำคัญต่อสวัสดิภาพของสังคม ถ้าบุคคลฝ่าฝืนจารีตจะมีผลกระทบต่ดสังคมโดยส่วนรวม ส่วนเรื่องกฎหมาย เป็นแนวประพฤติปฏิบัติ ที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าบุคคลมีหน้าที่อะไร ได้รับสิทธิในการเป็นพลเมืองมากน้อยเพียงใด กฎหมายจึงเป็นเรื่องของการควบคุมความประพฤติกรรมให้เกิดกระบวนการยุติธรรม กฎหมายอาจมาจากวิถีประชา จารีต หรือมาจากอำนาจรัฐ กฎหมายที่ดีต้องสอดคล้องกับวิถีประชา และจารีตที่สังคมนั้นๆ ยึดถือ ต้องทันเหตุการณ์ ทันสมัย อาจกล่าวได้ว่า บรรทัดฐานเป็นตัวควบคุมสังคม ส่วนสถานภาพ ( status)หมายถึงบานะ หรือตำแหน่งที่ได้รับจากการเป็นสมาชิกของสังคม เราทุกคนมีตำแหน่ง มีหน้าที่บางครั้งเราอาจมีหน้าที่หลายอย่าง เพราะเรามีตำแหน่งหลายอย่างเช่นกันเช่นมีฐานะเป็นนักศึกษา ก็ต้องทำหน้าที่ตั้งใจศึกษาค้นคว้าหาความรู้ มีตำแหน่งเป็นลูกก็ต้องเชื่อฟังบิดามารดา มีตำแหน่งเป็นน้องก็ต้องเชื่อฟังพี่ๆ ไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ เราก็ต้องทำตัวเป็นที่รักของเพื่อนๆ ในหนึ่งวันๆ เราหลายคนอาจเล่นบทบาทหลายตำแหน่ง เราจงเล่นบทบาทที่เป็นในสถานการณ์นั้นให้ดีที่สุด และอยู่กับปัจจุบันรู้คิด รู้ทำ รู้พูด ก็จะเป็นที่รักของคนอื่น

พฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของผู้คนทั่วโลกในยุคปัจจุบัน


ในโลกปัจจุบันที่สัญญาณอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงทั่วทุกพื้นที่ อีกทั้งยังมีความเร็วในการรับส่งสัญญาณที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมาณมณฑล รวมถึงสถานที่สำคัญและห้างสรรพสินค้าต่างๆทั่วประเทศที่สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ด้วยสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (wifi) ที่ผู้ให้บริการแต่ละค่ายต่างแข่งขันกันติดตั้ง ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google+, LinkedIn, Instagram, Twitter และอื่นๆ ได้ในเสี้ยววินาที

และด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ทำให้การพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารยอดนิยมอย่าง Smartphone และ Tablet ดูจะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นและมีให้เลือกหลากรุ่นหลายราคา จนแม้แต่เด็กนักเรียนนักศึกษาก็มีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของอุปกรณ์อันทันสมัยเหล่านั้นได้ในราคาที่ไม่แพงเกินไป ประกอบกับแพ็คเกจค่าบริการอินเตอร์เน็ตของผู้ให้บริการแต่ละค่ายในปัจจุบันก็ทำออกมาให้เลือกหลายราคา ครอบคลุมพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะใช้เพื่อความบันเทิงส่วนบุคคล หรือเพื่อติดต่อสื่อสารทางธุรกิจของบริษัทฯ ห้างร้านและองค์กรต่างๆเพิ่มขึ้น จึงทำให้มีผู้ขอใช้บริการอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

ดังนั้นการนำอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการศึกษาซึ่งถ้าได้รับการวางระบบการศึกษาค้นคว้าอย่างมีมาตรฐาน การใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมีคุณภาพ เชื่อแน่ว่าการพัฒนาย่อมบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  แต่ทั้งนี้การนำอินเตอร์เน็ตเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ต้องสนใจที่จะศึกษาความพึงพอใจที่จะให้อินเตอร์เน็ต รวมไปถึงการพัฒนารูปแบบการใช้อินเตอร์เน็ตในอนาคต อันที่จะเป็นแนวทางที่มีประโยชน์แก่ผู้ที่จะเกี่ยวข้องกับการใช้อินเตอร์เน็ตมาก่อน โดยการชิอินเตอร์เน็ตมาใช้ในกิจกรรมต่างๆได้อย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาคุณภาพให้ดียิ่งขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้และผู้ใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริง