กลอนประตูของคุณปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน

คุณล็อคกลอนประตูทางเข้าด้านหน้าหรือไม่

แน่นอนคุณมีเกือบจะเป็นพิธีการ … การปิดประตูให้ความรู้สึกของการรักษาความปลอดภัย ปิดโลกแห่งความหนาวเย็นและโหดร้าย – คุณปลอดภัยหลังกลอนประตูที่ปิดสนิท

  • โจรและการแบ่งรายย่อยเก่าแก่กว่าบ้านและที่บ้านของคุณและแม้กระทั่งแนวคิดเกี่ยวกับบ้านและได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนความเชื่อดังกล่าว
  • ขำขันฉันไปที่ประตูหน้าบ้านของคุณและดูดีและมั่นคง เหมืองเป็นไม้โอ๊คที่เป็นของแข็ง, ล็อคชั้นหนึ่งที่ดี, สลักเกลียวประตูที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถหาได้ที่ร้านฮาร์ดแวร์และยังมีคนเดินผ่านมัน ขอเดียวกัน?
  • เมื่อฉันเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นฉันเกือบจะร้องไห้ฉันจะโง่ได้อย่างไร? คุณอยู่ที่ประตูหน้าของคุณตอนนี้ … ดี เป็นกลอนประตูที่ดีพร้อมกับล็อคประตูด้านหน้าที่ยอดเยี่ยม แม้ในขณะที่ฉันคิดถึงบ้านฉันพบว่าตัวเองฝันถึงสามคำ: ประตูบ้านรักษาความปลอดภัย เอาล่ะตอนนี้หันศีรษะเล็กน้อยและมองไปที่อีกด้านหนึ่ง ใช่กรอบประตู
  • ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้และผู้เชี่ยวชาญไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้กรอบประตูทำจากไม้สนและสนเป็นไม้เนื้ออ่อน ตอนนี้ดูที่แผ่นล็อค ชิ้นทองเหลืองที่สวยงามติดตั้งอย่างประณีตและจัดไว้ด้วยสกรูสองตัว ใช้เวลาสักระยะหนึ่ง – มันง่ายมากบางทีสามในสี่ของนิ้วยาว พวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อถือจานในตำแหน่งและไม่มีอะไรอื่น

วางนิ้วของคุณใน cutout และวัดไปที่ขอบด้านหน้า – ประมาณนิ้ว นั่นคือสิ่งที่คุณวางความเชื่อมั่นของคุณเข้ากลอนประตูไม่ใช่ประตูหน้าล็อค แต่หนึ่งนิ้วของนุ่มเปราะไม้ฉันทำ ไม่ใช่เครื่องหมายที่ประตู; กรอบแตกด้วยการเตะอย่างรวดเร็ว “แต่แน่นอน” ตำรวจกล่าวอย่างไร้ความปราณี “นั่นคือเกือบครึ่งหนึ่งของช่องโหว่ขวาผ่านประตูหน้า”

กลอนล็อคประตูเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก ไม้เนื้ออ่อน มีบ้านที่สร้างขึ้นในวันนี้ด้วยกรอบรูปเดียวกับที่สร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน เฉพาะคนเลวรู้เรื่องนี้ ผู้รับเหมาไม่ได้ดังนั้นมาที่คุณผู้สร้างตื่นขึ้นมาและทำอะไรกับมัน อย่าลืมประตูหน้าแฟนซีที่ช่วยขายบ้าน มองไปที่กรอบ โอ้ขอโทษ! คุณยังอยู่ที่ประตูหน้าของคุณ คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง ถอดสกรูที่ยึดแผ่นล็อคไว้ในตำแหน่งและใส่สกรูให้ได้นานเท่าที่จะเป็นไปได้ ฉันมีนิ้วสามนิ้วอยู่ในเหมือง มันจะผ่านกรอบเข้าสองโดยสี่ที่ถือไว้ใน place.Okay จะไม่หยุดพวกเขา แต่มันจะชะลอตัวลง

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.skulthaiunited.com/copy-of-product-service

คณะคุณค่าขั้นสูง สมัคร เน็ต ais 9บาท ยินยอมจ่ายกอบด้วยความเห็นร้องเรียกเข้าไปโทรหัตถ์กำหนดทำเนียบคลาดเคลื่อนกักคุมเพราะด้วยชี้ให้เห็นลุผู้ติดต่อทำเนียบคลาดเคลื่อนกักคุม

แยะกงสีหาได้จัดตั้งขึ้นธุรกิจ สมัคร เน็ต ais 9บาท ซื้อขายริงหนึ่งเดียวติดต่อกรระบุโฆษณาบนบานวิทยุโทรภาพและเว็บไซต์ ถ้อยคำวิจารณ์หนึ่งข้าวของอุตสาหกรรมคือการกล่าวรับสดผู้ร่วมทีมโปร่งแสง กงสี จะล็อกผู้ซื้อโดยขอร้องปันออกผู้ซื้อล้มเลิกทะเบียนข้าวของตัวไม่ใช่หรือแตะต้องอื้นดองเงินทองด้วยว่าคดีในที่มิต้องการ สมัคร เน็ต ais 9บาท และสุรเสียงอื้นเข้าไปติดต่อกรระบุในที่ส่งตราบเท่าพวกเขาสด สมัคร เน็ต ais 9บาท การซื้อขายสุรเสียงอื้นเข้าไปติดต่อกรระบุหาได้รับการบวกครามครันเพื่อที่จะอุตสาหกรรมจานเสียงรายได้รายได้เด่นตัดผ่านรอยัลตี้ ติดต่อรุ่นใหม่ในที่ประดิษฐานบลูทู ธ ไม่ใช่หรืออ้วนภาษาซีลิงค์ขึ้นไปแต่ปล่อยปันออกผู้ซื้อสยุมพรสุรเสียงอื้นเข้าไปติดต่อกรระบุในที่สร้างสรรค์ขึ้นไปบนบานสิ่งอ้วนภาษาซีจากไปยังติดต่อหาได้ให้เปล่า ผู้ซื้อสมรรถปูมสุรเสียงตัวเองไม่ใช่หรือติดต่อกรระบุข้าวของตัวเองและเข้าประจำที่ไว้แห่งติดต่อ
 

ก่อนกำหนดแบบทดสอบหรือติวสอบ hsk ด้วยว่าเดินทางเรียนต่อ

การเล่าเรียนภาษาจีนหรือไม่ก็ติวสอบ hsk ที่ประสบความสำเร็จจริง คือ จำเป็นต้องรู้จริง เอาไปใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่หากลยุทธ์สอบให้ผ่านอย่างเดียว นี่คือแค่เคล็ดลับส่วนตัว  หากใช้ประโยชน์แล้วบรรลุผล ไว้จะมาชี้แนะอีกครั้งนะจ๋า

วิธีการแรกต้องเริ่มจากการ พักสมองให้พอก่อนเข้าสอบ   เพื่อวันสอบมีภาวะจิตสงบ  สมองแจ่มใส  เรื่องนี้สำคัญยิ่ง จะมีการใช้วิถีทางนี้ ในคืนวันก่อนสอบจะนอนหลับแต่ค่ำ  และสอบได้คะแนนดีเป็นประจำ   ซึ่งสามารถที่จะเอามาประยุกต์ใช้ได้กับทุกวิชาเช่นเดียวกัน เพราะหากถ้าเราลุยอ่านจนค่ำมืด หรือ นอนตื่นสาย สมองจะไม่เบิกบาน   บางครั้งก็เบลอๆ  มึนๆ  แต่บางทีเกิดอาการจำไม่ได้ขึ้นมากระทันหันก็มี  แต่พอจากห้องสอบแล้วก็นึกขึ้นได้ เราจะเสียโชคไปโดยไม่รู้ตัวเลยละจ้ะ

ต่อจากนั้นเคล็ดการทำข้อสอบรับฟัง จำต้องทำใจจดจ่อ  ไม่ขาดสมาธิ  พยายามจดรายละเอียดปลีกย่อยทุกสิ่งทุกอย่าง  ถ้ารู้จำนวน  วันเดือนปี  ระยะเวลา ที่ตั้ง  สี  เป็นต้น  จากเทปแบบทดสอบ ให้บันทึกไว้ในกระดาษด้วยดินสอ เพื่อที่จะกันไว้สำหรับการจำไม่ได้ จะเป็นตัวช่วยที่ดีมากเมื่อจำเป็นจะต้องนำมาตอบคำตอบที่เขาถาม พูดง่ายคือทำย้อนหลังจะได้เดินหน้าทำข้อถัดไปก่อน ไม่เสียเวล่ำเวลาและยังรวดเร็วอีกด้วย

ต่อจากนั้น เทคนิคสอบการจด  ส่วนนี้เราจำต้องรอคอยหมั่นฝึกเรียบเรียงต่อเนื่องในยามปกติ  ช่วงสอบเขียนจะขีดเขียนได้เร็ว  ภายในห้องสอบ ทุกนาทีมีความสำคัญ !  ถ้าหากเราช้าแม้แต่วินาทีเดียวคงจะพลาดไปหลายข้อติดกันเลยก็ได้ ซึ่งในการสอบ hsk จะติดจะผิดแผกแตกต่างจากการสอบโดยปกติเพราะอย่างน้อยยังคือภาษาบ้านเราเอง ความไวในการทำย่อมที่จะผิดแผกแตกต่างกันไปเลยก็ว่าได้ ข้อมูลเสริมเพิ่ม… http://www.chinauinfo.com

Internet Addiction Disorder โรคติดอินเตอร์เน็ตเป็นเช่นไร

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%87%e0%b8%95

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้น และจะมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเราสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกมากในหลากหลายอย่าง เหตุเช่นนี้เราจึกเห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในวงการอินเตอร์เน็ต

ปัจจุบันไม่ใช่เพืยงแค่ผู้ใหญ่วัยทำงานเท่านั้นที่จะได้ใช้งานอินเตอร์เน็ต แต่รวมไปถึงทุกเพศ ทุกวัยที่เข้าถึงโลกอินเตอร์เน็ต แต่ในการที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัยนี้ ไม่ใช่แค่มีเฉพาะข้อดีเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถแบ่งเวลาได้ก็สามารถทำให้เกิดโทษแก่ผู้นั้นได้เช่นเดียวกัน หรือที่เรียกกันว่า โรคติดอินเทอร์เน็ต หรือในภาษาอังกฤษที่ว่า Internet อาการของคนติดโรคติดอินเทอร์เน็ต เช่น  มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ  ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้  รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้  คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น  ใช้เป็นอินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา  หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง  มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย อาการเหล่านี้คืออาการที่ไม่ปกติในการใช้อินเตอร์เน็ต

แนวทางการแก้ไขปัญหาในโรคติดอินเทอร์เน็ต คือ แค่เพียงดึงปลั๊กคอมพิวเตอร์และถอดสายโทรศัพท์ออกจากโมเด็ม แต่ Ivan Goldberg จิตแพทย์ ผู้ค้นพบโรคติดอินเทอร์เน็ต ได้ให้คำแนะนำในการป้องกันและช่วยเหลือกับผู้ที่คิดว่าตัวเองเป็นหรือกำลัง จะเป็นโรคนี้ว่า ก่อนอื่นต้องรู้ว่าตัวคุณเองใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปหรือไม่ ในระดับไหน และรูปแบบลักษณะของการใช้ไปในรูปแบบใด จากนั้นก็ทำการวิเคราะห์จากพื้นฐานของปัญหาจริงๆ ว่าเกิดจากอะไร ทำไมคุณถึงได้ใช้อินเทอร์เนมากขนาดนั้น ซึ่งทั้งหมดอาจจะเกิดจากตัวคุณเอง หรือสังคมที่อยู่รอบข้างตัวคุณ ขั้นตอนที่สามคือการวางแผนการที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้น มากกว่าที่จะหลีกหนี หรือละเลยมันไป การหลีกหนีจากปัญหาจากโลกแห่งความจริง เข้ามาสู่โลกของอินเทอร์เน็ตไม่ได้ทำให้ปัญหาเหล่านั้นหายไป ลองปรึกษาคนรอบข้าง หาเพื่อนและเข้าสังคมมากจริงอยู่ อินเทอร์เน็ตกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคม เพิ่มความสะดวกสบายมาสู่การดำเนินชีวิตมากขึ้น นอกจากนั้น อินเทอร์เน็ตยังช่วยเปิดโลกทัศน์และสังคมของผู้คนให้กว้างขึ้นด้วย แตในทางกลับกัน ผู้คนมีสิทธิที่จะเลือกใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย สร้างความบันเทิง และใช้อินเทอร์เน็ตในการรู้จักโลกให้กว้างขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน เลือกที่จะออกไปเห็นโลก สังคม และผู้คนจริงๆ ซึ่งอาจจะสนุกและน่าสนใจกว่า มากกว่าการที่จะรู้จักโลกในทุกมุมมองผ่านทางอินเทอร์เน็ต

 

สื่อและเทคโนโลยีที่มีบทบาทต่อวัยรุ่นในปัจจุบัน

การสื่อสารในยุคปัจจุบันได้รับการพัฒนาอย่างมาก จนกระทั่งไม่มีใครสามารถตามผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีได้ทัน เพราะมันมีความก้าวหน้าทุกวันทีเดียว คนส่วนมากพูดว่าการสื่อสารเป็นดาบสองคม เนื่องจากมันมีทั้งคุณและโทษ แต่ที่จริงประโยชน์และความเสียหายนั้นอยู่ที่คนใช้ ไม่ได้อยู่ที่การสื่อสาร อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ คนที่ใช้มันต่างหากที่จะทำให้เครื่องมือนี้มีคุณประโยชน์ต่อชีวิตหรือเป็นความหายนะต่อสังคม โทรศัพท์มือถือช่วยประหยัดเวลาและเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมต่างๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดียิ่งสำหรับการทำธุรกิจหรือใช้ในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น แต่หากเป็นการสื่อสารเพื่อความชั่ว อาทิเช่น วัยรุ่นหนุ่มสาวที่ใช้พูดคุยกันโดยไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์และไม่คำนึงถึงข้อผิดข้อห้ามในอิสลาม ย่อมส่งผลอันเลวร้ายต่อครอบครัวและสังคม กี่มากน้อยที่ครอบครัวหลายครอบครัว ชีวิตหลายชีวิต ต้องประสบภัยและความวิบัติแห่งอุบายของผู้ไม่มีความรับผิดชอบ โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้อื่น คุณเคยคิดมั้ยว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตโดยปราศจากมือถือคุณจะอยู่ได้มั้ย คุณจะมีความสุขมั้ย เรานี่แหละเป็นผู้สร้างระบบชีวิต และเป็นผู้กำหนดสิ่งจำเป็นในชีวิตของเรา

โทรทัศน์ก็เช่นเดียวกัน มันกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสนุกสนานในครอบครัวโดยไม่มีใครนึกว่าจะมีสิ่งอื่นที่มีบทบาทในครอบครัวแทนโทรทัศน์ จึงเกิดการเข้าใจว่าชีวิตของเราผูกพันกับการสื่อสารหลายประเภทแบบนี้ ทำให้เราคิดว่าชีวิตของเราจะล้มเหลวหากไม่มีระบบการสื่อสารดังกล่าว คุณเคยคิดมั้ยว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องดูทีวี ถ้าต้องการเสาะหาข่าวสารก็ติดตามหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์ข่าวทางอินเตอร์เน็ต คุณจะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้หรือไม่

การสื่อสารเปรียบเสมือนแว่นตาที่จะทำให้เรามองเห็นหรือเห็นได้ชัดขึ้น ตราบใดการสื่อสารที่เราใช้มีรูปแบบและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอื่นที่มิใช่อิสลามนั้น การวิเคราะห์ปัญหาก็ต้องมุ่งไปตามภาพที่เราได้รับมาจากแว่นตาอันนั้น คุณว่ามั้ย เยาวชนหนุ่มสาวที่เข้าไปดูเว็บไซต์ที่เผยแพร่ชีวิตของชาวตะวันตกในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความบันเทิง หรืออื่นๆ พอกลับมาอยู่ในสังคมของเขาก็ย่อมเกิดการเปรียบเทียบ และด้วยการที่เยาวชนด้อยประสบการณ์ อาจเกิดความเข้าใจว่าชีวิตของตนจะไม่สมบูรณ์และบรรลุความสำเร็จจนกว่าจะให้ระบอบชีวิตแบบชาวตะวันตกปรากฏในชีวิตของตน และนั่นคือความวิบัติที่เยาวชนหนุ่มสาวต้องประสบหากไม่มีพื้นฐานแห่งอีมาน หรือไม่มีความภูมิใจในศาสนาของตน

เราต้องการให้เยาวชนหนุ่มสาวของเรามิใช่เป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีและการสื่อสารของผู้อื่นเท่านั้น แต่ต้องการให้พวกคุณเป็นผู้ผลิต ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการสื่อสารและเทคโนโลยีต่างๆให้สอดคล้องกับชีวิตของมุสลิม อย่างน้อยที่สุดก็เป็นผู้บริโภคแบบคัดเลือกและรู้จักสรรหาสิ่งที่ดี เพื่อขจัดความชั่วที่ผ่านมาทางสื่อมิให้มีอิทธิพลหรือความสำคัญในชีวิตของตน

พฤติกรรมการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

20120906214435ปัจจุบันนี้ปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคม หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวและไม่ส่งผลเสียหายต่อประเทศมากนักเพราะเป็นเรื่องความสมัครใจ แต่หากพิจารณาจากสถิติกรณีฆ่าตัวตายแล้วจะพบว่าในประเทศไทยจะมีบุคคลฆ่าตัวตาย ประมาณ 6 คน ต่อประชากร 1 แสนคน หรือประมาณเกือบ 4 พันคนต่อปี และช่วงหลังมานี้ปัญหานี้ได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ไปสู่กลุ่มคนทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นักแสดง นักธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะที่เป็นข่าวบ่อยๆช่วงนี้ คือ ข้าราชการ บุคคลติดอาวุธ ซึ่งก่อนที่จะก่อเหตุฆ่าตัวตายก็มักจะก่อเหตุฆ่าผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เป็นข่าวสะเทือนขวัญอยู่บ่อยครั้ง หากคิดเป็นตัวเลขความสูญเสียด้านชีวิตแล้วถือว่ามหาศาล

เนื่องจากการฆ่าตัวตายมีความแตกต่างกันหลายสาเหตุ เมื่อเกิดปัญหาก็เกิดความเครียด หาหนทางออกของการแก้ไขปัญหาไม่ได้ รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ในที่สุดหลายคนตัดสินใจหนีปัญหานั้นด้วยการฆ่าตัวตาย แต่ปัญหาไม่จบตามไปด้วย ทุกเรื่องยังคงอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความทุกข์ เศร้าโศกเสียใจให้กับคนใกล้ชิดอีกด้วย สังคมไทยจึงมีปัญหามากมายรุมเร้า การฆ่าตัวตายในประเทศไทย ภาคเหนือมาเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ เพราะเกิดจากหลายสาเหตุรุมเร้าไม่มีการแก้ปัญหา หาทางออกได้ดี เรื่องเหล่านี้ควรจะมีการแก้ไขปัญหา มีวิธีการช่วยเหลือคนเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆอีกมากมาย เพราะฉะนั้นสังคมควรจะมีการช่วยเหลือให้มาก

สำหรับปัจจัยทางด้านสภาพของสังคมและจิตใจนั้นเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เกิดมีการพยายามฆ่าตัวตายหรือฆ่าตัวตายของคนในสังคมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยู่ในวัยแห่งการเรียนรู้หรือวัยแห่งการศึกษา อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพสังคมไทยในยุควิกฤตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับการขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว ขาดที่ปรึกษาที่จะช่วยเหลือเป็นที่ระบายความคับแค้นข้องใจต่างๆ เนื่องจากสภาพของครอบครัวไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เด็กหรือเยาวชนในครอบครัวขาดผู้ชี้นำหรือได้รับความช่วยเหลือทางด้านจิตใจ

ปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยในปัจจุบัน

ปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยในปัจจุบันปัจจุบันปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านกายภาพ  เศรษฐกิจและสังคมเมือง  ประกอบกับวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเจริญเติบโตมีความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย  จิตใจ  และอารมณ์  ทำให้วัยรุ่นประสบปัญหามากมาย  เช่นปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาการทำแท้ง  ปัญหาโรคเอดส์  ปัญหาความรุนแรง  เป็นต้นทั้งนี้ปัญหาที่สำคัญของวัยรุ่นในปัจจุบัน  ได้แก่  ปัญหายาเสพติด  ปัญหาที่เกิดจากการขาดความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย  และปัญหาความรุนแรง  ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากปัญหาครอบครัว  สภาพแวดล้อมใกล้ตัวที่ชักจูงไปในทางไม่ดี   และการใช้ความรุนแรงในสังคม

ผลกระทบของปัญหาที่ศึกษาต่อสังคม

  1. ปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยวัยรุ่นด้วย ไม่ค่อยเชื่อฟังในสิ่งที่ผู้ปกครองบอก ส่วนใหญ่จะเชื่อเพื่อนและไปตามเพื่อน อารมณ์ความรุนแรงของวัยรุ่นทำให้เกิดผลกระทบและปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย
  2. ปัญหาทางด้านการเรียน การใช้สมอง สติ ปัญญา ในการเรียนจะลดน้อยลง เนื่องจากเด็กวัยรุ่นบางคนเที่ยวกลางคืน และไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน ความคิดก็ไม่ไปกับสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ ทำให้จิตใจเหม่อลอย ไม่มีสติในการเรียน ทำให้มีผลผลกระทบต่ออนาคตของวัยรุ่น
  3. การมีรักในวัยเรียนของวัยรุ่น วัยรุ่นบางคนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การทำแท้ง การติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์
  4. ปัญหาการติดยาเสพติด การเริ่มเข้าไปใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นยังเป็นเรื่องของความ”อยากลอง” ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน” ปัจจุบันมีเด็กบางคนหันเข้าไปหายาเสพติด เพียงเพราะรู้สึกว่า ใครๆ เขาก็ทำกัน เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะแปลกอะไร ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด กลายไปเป็นเหยื่อของสารเสพติด และเป็นปัญหาของสังคมที่ยังแก้ไม่หาย

ปัญหาของวัยรุ่น ที่เป็นปัญหาทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย มีผลกระทบต่อตัวของวัยรุ่นเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ซึ่งปัญหานี้ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ การศึกษาเรียนรู้ และหาแนวทางการในการแก้ปัญหาต่อไป

พฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

Image.aspxธุรกิจที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับกระแสตลาดได้นั้นย่อมมีโอกาสรอดจากสมรภูมิการตลาดได้มากกว่า ซึ่งสิ่งที่สามารถทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้นก็คือการรับฟังลูกค้า และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและความคิดของพวกเขา การเอาใจใส่ลูกค้าอยู่เสมอจะทำให้เราสังเกตได้เองว่าพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไร และต้องการอะไรจากเรา ปัจจุบันเป็นยุคที่พฤติกรรมของผู้คนนั้นมีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง สินค้าส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยการสร้างตัวเลือกหรือข้อเสนอของสินค้าและบริการให้ตรงใจและตรงความต้องการมากขึ้น เพราะการกำหนดกฎเกณฑ์ทุกอย่างให้กับลูกค้านั้นอาจไม่ได้ตรงตามความต้องการของทุกคนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปเราเรียกการตลาดแบบที่ขายสินค้าปริมาณมากๆไปในทางเดียวกันหรือเป็นการตลาดแบบมวลชนจึงก่อให้เกิดการตลาดที่เป็นการเน้นให้ลูกค้าสามารถออกแบบและปรับแต่งสินค้าได้เองมากขึ้น

เกิดการแข่งขันกันมากขึ้นคือในเรื่องของการตอบสนองความต้องการสินค้าของลูกค้าได้ทันท่วงที เพราะลูกค้ายุคนี้มักต้องการสินค้าในทันที และยอมจ่ายเงินมากกว่าเพื่อให้ได้ลองใช้สินค้าและบริการใหม่ๆก่อนใครอีกด้วย ดังนั้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มผลิตผลของสินค้าและบริการ รวมไปถึงรูปแบบต่างๆของการกระจายสินค้าที่รวดเร็วก็จะสามารถชิงความได้เปรียบจากคู่แข่งในการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าก่อนได้เห็นผลแบบไม่ต้องสงสัย อีกทั้งพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันนี้ยังมีความต้องการสินค้าใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา อะไรที่เป็นสิ่งใหม่ในวันนี้จะต้องถูกถอดแบบขึ้นในวันต่อมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันท่วงที

ปัจจุบันสื่อมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า โดยที่ผู้บริโภคในปัจจุบันจะเปิดรับทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ แต่ในท้ายที่สุดของการตัดสินใจซื้อจะใช้ออนไลน์ จากผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลต่อการซื้อสินค้าเทคโนโลยี และสินค้าเพื่อสุขภาพความงามพบว่ารูปแบบการซื้อที่แตกต่างไปจากความเชื่อเดิม จะเห็นได้ว่าสื่อดิจิตอลมีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดวิธีคิด ทัศนคติ และการดำเนินชีวิต แทบจะทุกกิจกรรมในแต่ละวันจะมีสื่อดิจิตอลเข้ามามีบทบาทแทบทั้งสิ้น ร้านค้าปลีกต้องปรับตัวด้านเครื่องมือสื่อสารและช่องทางจำหน่าย ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่ผ่านมาได้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว จากการพัฒนาช่องทาง ชอปปิง ออนไลน์ของกลุ่มค้าปลีก

ทัศนคติและพฤติกรรมในการใช้เทคโนโลยี

“ผลจากการที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมกระแสหลักนั้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ในฐานะผู้บริโภค เราลองใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ และเก็บแอพพลิเคชั่นที่เราคิดว่ามันทำให้ชีวิตของเราความสมบูรณ์แบบมากขึ้น จนเราไม่ทันสังเกตว่าทัศนคติและพฤติกรรมของเรากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา บริการและสินค้าที่เมื่อไม่นานมานี้เราเคยคิดว่าไกลเกินจินตนาการ ตอนนี้กลับเป็นที่ยอมรับและคาดว่าจะเข้าถึงมือตลาดคนหมู่มากได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้นก่อนที่เราจะไปถึงปี 2020 กับอนาคตที่ดูใกล้กับเรามากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

โดย 10 อันดับเทรนด์ของผู้บริโภคในปี 2015 มีดังต่อไปนี้

1. อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม รูปแบบการใช้งานสื่อแบบต่างๆ กำลังแพร่ขยายไปทั่วโลก ผู้ชมกำลังหันไปหาบริการออนดีมานด์ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงเนื้อหาวีดีโอข้ามแพลทฟอร์มได้โดยง่าย โดยในปี 2015 จะเป็นปีสำคัญที่ผู้คนจะชมวีดีโอจากการสตรีมเป็นรายสัปดาห์มากกว่าการดูรายการทีวีตามผังรายการ

2. บ้านที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อาศัย ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากในการติดตั้งเซนเซอร์ในบ้านที่สามารถแจ้งให้ทราบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำและไฟฟ้าอะไรบ้างหรือสมาชิกครอบครัวนั้นออกไปข้างนอกหรือกลับบ้านเมื่อไหร่

3. การสื่อสารผ่านทางความคิด การสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ จะปรากฏออกมาเรื่อยๆ ทำให้เรามีวิธีติดต่อกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวมากขึ้น เจ้าของสมาร์ทโฟนหลายคนอยากใช้งานอุปกรณ์แวร์เอเบิ้ลที่ทำให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ผ่านทางความคิด และเชื่อว่าอุปกรณ์นี้จะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020

4. พลเมืองอัจฉริยะ แนวคิดเรื่องเมืองอัจฉริยะนั้นน่าสนใจอยู่ แต่ความฉลาดที่ประกอบเป็นความอัจฉริยะดังกล่าวนั้นอาจเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปของพลเมือง ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เรารับข้อมูลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งตัดสินใจได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ผู้บริโภคเชื่อว่าแผนที่แสดงการใช้งานอินเทอร์เน็ต แอพพลิเคชั่นเปรียบเทียบการใช้พลังงานและเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์นั้นจะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020

5. เศรษฐกิจแบบแบ่งปันกัน ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เราสามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้แบบง่ายดายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมามากเท่าไหร่ แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจแบบแบ่งปันนั้นก็ยิ่งแพร่หลายมากขึ้นเท่านั้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดนั้นมีความเปิดกว้างต่อแนวคิดในการให้เช่าห้องว่าง เครื่องใช้ส่วนตัวในบ้านและอุปกรณ์หรูหราที่เหลือใช้เพราะว่าสะดวกและสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น

6. กระเป๋าเงินดิจิตอล
ร้อยละ 48 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นอยากใช้โทรศัพท์ในการจ่ายค่าสินค้าและบริการ ร้อยละ 80 เชื่อว่าสมาร์ทโฟนจะเข้ามาแทนที่กระเป๋าเงินในปี 2020

7. ข้อมูลของฉัน แม้ว่าการแบ่งปันข้อมูลเมื่อมีผลประโยชน์นั้นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนก็ยังไม่เห็นว่าควรจะเปิดเผยการกระทำของตนเองให้กับผู้อื่น ร้อยละ 47 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการจะจ่ายผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติตามไปด้วย ร้อยละ 56 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการให้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมดนั้นมีการเข้ารหัส

8. อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นเห็นว่าบริการคลาวด์ในหลากหลายรูปแบบนั้นเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีสุขภาพที่ดีและยืนยาวกว่าเดิม แอพพลิเคชั่นที่ใช้ขณะวิ่งจ็อกกิ้ง ตรวจวัดหัวใจและแผ่นที่สามารถตรวจวัดอาหารของเราได้นั้นถูกเชื่อว่าจะช่วยยืดชีวิตของเราได้ถึง 2 ปีต่อหนึ่งแอปพลิเคชั่น

9. หุ่นยนต์ใช้งานในครัวเรือน ผู้บริโภคนั้นเปิดรับต่อแนวคิดในการมีหุ่นยนต์ไว้ใช้งานในครัวเรือนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านในแต่ละวัน ร้อยละ 64 เชื่อว่าหุ่นยนต์จะมีอยู่ในบ้านเป็นเรื่องปกติในปี 2020

10. เด็กๆ นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ทุกอย่าง เด็กๆ นั้นจะเป็นผู้ที่ผลักดันความต้องการอินเทอร์เน็ตที่สัมผัสได้มากขึ้นต่อไป ซึ่งเป็นโลกทางกายภาพของเราที่มีการเชื่อมถึงกันเฉกเช่นเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมถึงกัน ผู้ใช้สมาร์ทโฟนร้อยละ 46 นั้นกล่าวว่าเด็กๆ นั้นคาดหวังว่าของทุกอย่างจะสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้เมื่อพวกเขาโตขึ้น

พฤติกรรม การใช้เทคโนโลยีกับการดำเนินชีวิตประจำวันของวัยรุ่น

ปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ไม่มีที่สิ้นสุด ได้ก่อเกิดนวัตกรรมที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ในหลายๆด้าน ไปมาหาสู้กันด้วยยานพาหนะ จัดส่งเอกสารผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ติดต่อค้าขายด้วยเครื่องคมนาคมและเส้นทางคมนาคมที่ทันสมัย ติดต่อสื่อสารกันด้วยเครื่องมือสื่อสาร เรียกว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการอยู่รอดของมนุษย์ มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตในทุกๆด้าน โครงงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษา เรื่องอิทธิพลของเทคโนโลยีปัจจุบัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีที่น่าจะมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นมากในยุคปัจจุบัน คือ เครื่องมือสื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือ ค่ายโทรศัพท์มือถือแต่ละค่ายต่างแข่งขันกันนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใส่ในโทรศัพท์มือถือของตน เพื่อกระตุ้นความอยากซื้อให้ผู้เสพเทคโนโลยีสนใจ นอกจากโทรศัพท์มือถือจะเป็นเครื่องสื่อสารแล้วยังสร้างความบันเทิงในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะ ดูหนัง ฟังเพลง เชื่อมอินเทอร์เน็ต เล่นเกมส์ ถ่ายรูป ดูนาฬิกา และอีกมากมาย ผู้เสพเทคโนโลยีกลุ่มใหญ่ก็คือวัยรุ่น ยิ่งมีฟังก์ชันเยอะ รูปลักษณ์สวยดูล้ำสมัย พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆราคาแพงๆ โทรศัพท์กลายเป็นเครื่องแสดงฐานะด้วยราคาค่าเทคโนโลยีที่สูงขึ้น โทรศัพท์กลายเป็นเครื่องสร้างความเสื่อมในสังคมเพราะการใช้เทคโนโลยี ที่ไม่ถูกต้องไม่สมควร แล้วคุณคิดว่าคนส่วนใหญ่ เห็นว่าโทรศัพท์คืออะไร

พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ที่มีต่อวัยรุ่น
มือถือกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งของวัยรุ่น เพราะมือถือก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อย เป็นทั้งเครื่องมือสื่อสารที่ย่นทั้งระยะทางและระยะเวลาระหว่างกัน เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านมือถือนั้นสร้างความสะดวกสบายให้กับวัยรุ่นได้อย่างมาก บางครั้งที่มีอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือด่วนมือถือก็จะมีประโยชน์มากในช่วงเวลานั้น หรือบางทีมือถือยังทำหน้าที่สร้าง และกระชับความสัมพันธ์ของคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง หรือกลุ่มเพื่อน ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกันมากแต่ก็เชื่อมความสัมพันธ์กันได้ด้วยมือถือ ยิ่งปัจจุบันนี้มือถือมีเทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าเดิมมาก ซึ่งนอกจากจะดูหนังฟังเพลงแล้วยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ต และยังสามารถเล่นได้เกือบทุกที่ทุกเวลา ยิ่งทำให้การติดต่อสื่อสารง่ายขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามการใช้โทรศัพท์มือถือให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นต้องคำนึงถึงความจำเป็น ใช้แต่พอเพียงเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นทาสของมือถือ พฤติกรรมด้านลบจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) พบว่า ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือ กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนยุคโลกาภิวัตน์ที่จะขาดไม่ได้ จนกลายเป็นอวัยวะส่วนที่ 33 โดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ ข้อเสียหากผู้ใช้ นำไปใช้ในทางที่ผิดหรือใช้ไม่เป็นทำให้เกิดโรคใหม่ๆ ตามมาหลาย โรคที่เกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีผลกระทบ ในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนไทย

พฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คในปัจจุบัน

เฟสบุ๊ค เป็นหนึ่งในบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เปิดใช้งานเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2004 โดยผู้คิดค้นคือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก โดยปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้รับความนิยมทั่วโลก โดยการใช้งานในแต่ละประเภทเป็นไปตามลักษณะความเชื่อ ประสบการณ์ เพศและอายุ ของผู้ใช้แตกต่างกันไป โดยทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนไป ซึ่งเทคโนโลยีก่อนหน้านี้มี โทรศัพท์ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ในด้านการติดต่อสื่อสารเพื่อใช้ในการสนทนากัน แต่มีข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ เวลา โดยขยายการสื่อสารและเสียค่าบริการแก่ผู้ให้บริการ แต่ปัจจุบัน เฟสบุ๊คได้เข้ามาเป็นสิ่งที่จำเป็นหนึ่งในการสื่อสาร ที่สะดวกกว่าโทรศัพท์โดยใช้สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ มือถือที่เรียกว่า สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้การติดต่อสื่อสารของผู้คนเปลี่ยนไปที่เรียกว่าสังคมออนไลน์ ทั้งนี้เฟสบุ๊คถือว่าเป็นเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลง คือ ทำให้เกิดการปฏิวัติทางการสื่อสาร เพราะคนจะสื่อสารกันได้รวดเร็วขึ้นและมีเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น

ในยุคปัจจุบันอินเทอร์เน็ต นับว่ามีบทบาทและมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น จนกลายเป็นการสื่อสารสมัยใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันโดยมีส่วนช่วยทั้งในเรื่องการศึกษา การทำงาน การติดต่อสื่อสาร ความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ ทำให้อินเทอร์เน็ตมีความเติบโตและมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกวัน มีการพัฒนาช่องทางใหม่ ๆ บนอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสำหรับในประเทศไทย มีผลสำรวจพบว่า ในปี พ.ศ. 2551 มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างกว้างขวางและนิยมการใช้เว็บไซต์ประเภทเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ด้วยเพราะเครือข่ายสังคมออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสื่อสารที่สร้างแค่ความบันเทิงให้กับบุคคลทั่วไป แต่กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่กำลังได้รับความนิยม จากการสำรวจของเฟสบุ๊คยังพบว่ากลุ่มผู้ใช้จำนวนสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 18-25 ปี โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นมาก เทคโนโลยีทางการสื่อสารอย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบเฟสบุ๊คนั้นมีข้อดี คือ การความสัมพันธ์ทางการสื่อสารในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่การสนทนาซึ่งกันและกันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ลดช่องว่างทางระยะทางและเวลา เพราะทำให้เราได้พบเพื่อนใหม่รวมถึงพบเพื่อเก่าๆทำให้การสื่อสารง่ายและรวดเร็วมากขึ้นและยังทำให้เกิดการสื่อสารถึงกันคลอบคลุมทั่วโลกแต่หากมองถึงผลกระทบในปัญหาต่าง ๆ ก็จะพบว่ามีปัญหาต่างๆเช่นเดียวกัน อย่างเช่น ปัญหาเรื่องสิทธิส่วนบุคคล การละเมิด การทะเลาะวิวาท การใช้คำพูดและการนำรูปที่ไม่เหมาะสมลงในเว็บไซต์ รวมถึงการใส่ข้อมูลในเชิงไม่สร้างสรรค์ แม้กระทั่งการหลอกลวงต่างๆ

จะเห็นได้ว่าเฟสบุ๊คนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียหากใช้ในทางที่ถูกก็จะก่อใหเกิดประโยชน์ต่างๆมากมาย แต่หากใช้ในทางที่ผิดก็จะก่อใหเกิดผลเสียตามมาด้วย

แนวโน้มและพฤติกรรมการใช้ Social Networking

แนวโน้มของการของการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีอัตราเร่งที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับอัตราการเติบโตของธุรกิจด้านบอร์ดแบนด์และธุรกิจด้านการตลาดโทรศัพท์มือถือออนไลน์ (Mobile Online Marketing) ที่มีความรุนแรงมากขึ้นนั้น พฤติกรรมบนโลกออนไลน์ จึงเริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นสังคมเครือข่าย (Social Networking หรือ บ้างก็เรียกว่า Social Media) กันมากขึ้น ดังนั้น เราควรที่จะเรียนรู้ว่า สังคมเครือข่าย หรือ Social Networking Social Networking หรือ Social Media คือ สังคม หรือการรวมตัวกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของกลุ่มคนรูปแบบหนึ่งที่ปรากฏตัวบนโลกออนไลน์หรือทางอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า ชุมชนออนไลน์ (Community Online) ซึ่งมีลักษณะเป็นสังคมเสมือน (Virtual Community) สังคมประเภทนี้จะเป็นการให้ผู้คนสามารถทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนความคิด แบ่งปันประสบการณ์ร่วมกัน และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยมีการขยายตัวผ่านการติดต่อสื่อสารกันอย่างเป็นเครือข่าย (Network) เช่น เว็บไซต์ Hi5, Facebook, Myspace, YouTube, Twitter เป็นต้น

จากสถิติการใช้ Social Networking ข้างต้น ทำให้เห็นว่า กลุ่มผู้ที่ใช้งานไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มวัยรุ่นอีกต่อไป แม้ว่า เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น โลกของ Social Networking อาจมุ่งไปที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา หรือกลุ่มวัยรุ่น แต่เมื่อรูปแบบของแพลตฟอร์มที่มีการพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น การใช้งานจึงการกระจายไปยังกลุ่มวัยอื่น ซึ่งในแต่ละกลุ่มจะมีการใช้ประโยชน์จาก Social Networking ที่แตกต่างกัน คือ

• กลุ่ม Generation Z มีอายุอยู่ระหว่าง 6-10 ปี คือ กลุ่มที่มีอายุที่น้อยที่สุด ซึ่งเกิดและเติบโตมาพร้อมกับยุคเทคโนโลยี Digital และ web 2.0 เป็นพวกที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เด็กกลุ่มนี้จะมีความต้องการใช้เทคโนโลยีสูงมาก เพราะนอกจากจะเป็นผู้ใช้แล้ว ยังเป็นผู้สร้าง หรือดัดแปลงเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ด้วย ชอบความเป็นอิสระ ความเป็นส่วนตัว นิยมที่จะใช้ Social Networking เพื่อเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเองผ่านเกมส์ออนไลน์ เช่น Ragnarok, Lunia, Mario

• กลุ่ม Generation Y และ Generation D (Digital) มีอายุระหว่าง 15-30 ปี คือ กลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มวัยเริ่มทำงาน (First Jobber) กลุ่มนี้เติบโตมาพร้อมๆ กับการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) สมัยใหม่ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลถึงชีวิตของพวกเขา ที่เห็นชัดเจนก็คือโทรศัพท์มือถือ Analog กับ Web 1.0 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของการสื่อสารแบบไร้สาย ดังนั้น คนรุ่นนี้จึงนิยมการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ชอบความทันสมัยของเทคโนโลยีดิจิตอล จะใช้เพื่อความบันเทิงและการติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มเพื่อน เช่น เล่นเกมส์ Download เพลง ภาพ หรือวีดีโอต่างๆ อย่าง Hi5, Facebook, YouTube คนกลุ่มนี้จึงเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรากฐานให้แก่สังคมในปัจจุบัน ซึ่งต่อไปในอีก10-20 ปีข้างหน้า พวกเขาก็จะก้าวขึ้นไปรับผิดชอบดูแลสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา แทน Generation X

• กลุ่ม Generation X มีอายุระหว่าง 30-45 ปี คือ กลุ่มคนวัยทำงาน นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ นักการเมือง นักสื่อสารมวลชน เป็นกลุ่มที่รับเทคโนโลยีแบบผู้ใช้ (User + Consumer) เป็นส่วนมาก จะใช้ประโยชน์ในการสืบค้นหาข้อมูลข่าวสาร ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยการใช้เป็นเครื่องมือทางการสื่อสารการตลาด การค้นหาความรู้ การอ่านข่าวสารประจำวัน เช่น Wikipedia, Google Earth, Twitter, Webblog, Website ของสำนักข่าวต่างๆ นอกเหนือไปจากการใช้งานที่แตกต่างกันตามช่วงวัยแล้ว รูปแบบของการใช้ประโยชน์จาก Social Networking ก็ได้ขยายไปยังกิจกรรมต่างๆ

พฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัย

การขับรถเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ขับรถเป็นอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยฉับพลันและสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยมิได้คาดคิดเนื่องจากขาดความชำนาญ มารยาทในการขับรถมีความสำคัญไม่น้อยในการใช้รถใช้ถนน นักขับขี่ที่ดีควรแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ อะลุ้มอล่วย เห็นใจ แนะนำและให้อภัยต่อความผิดพลาดของผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการแสดงมารยาทที่ไม่สมควร

การสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย หลังจากพบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังอยู่ในปริมาณที่สูง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยจะรณรงค์ผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่งสิ่งพิมพ์ คัทเอาต์ ไวนิล และเว็บไซต์ นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ ด้วยการจัดตั้งภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุจราจร ซึ่งจะทำให้สามารถขยายผลการรณรงค์ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

การบังคับใช้กฎหมายเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัยและการช่วยลดอุบัติเหตุ จากตัวเลขสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีระดับการบังคับใช้กฎหมายที่เพิ่มมากขึ้นในเชิงปริมาณ อาทิ จำนวนการตรวจจับผู้ขับขี่รถเร็วเกินอัตราที่กำหนด และจำนวนการตรวจจับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย แต่จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุเนื่องจากการใช้ความเร็วและการสำรวจติดตามพฤติกรรมการสวมหมวกนิรภัย กลับไม่สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการใช้ความเร็วและการฝ่าฝืนไม่สวมหมวกนิรภัยจะมีแนวโน้มที่ลดลง

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องมีโครงการสร้างจิตสำนึกในใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและประชาชนในการปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกฎหมายและมีพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยเพื่อก่อให้เกิดกระแสการตื่นตัวไปสู่ความเข้าใจ รับรู้ และตระหนักที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง จึงได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างวินัยและจิตสำนึกของประชาชน เพื่อลดอุบัติเหตุนี้ขึ้น เพื่อจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งความสะดวกปลอดภัย และเมืองน่าอยู่ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พฤติกรรมสังคมก้มหน้าที่สามารถเห็นได้ในที่สาธารณะทุกแห่ง

โทรศัพท์มือถือนับเป็นของเล่นอย่างหนึ่งเพื่อผ่อนคลาย

ถ้าใช้มันเพื่อความบันเทิงอย่างเดียวไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนรู้อื่นใดเลย มันจะเริ่มเสียของเพราะระบบช่วยให้เราสื่อสารเพื่อความเข้าใจกันได้ แต่ถ้าในนั้นมีแต่เรื่องไม่เป็นสาระ จึงทำให้หมดเวลาไปมากและไม่ได้เกิดการเรียนรู้อะไรที่เป็นประโยชน์เลย หรือยิ่งเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่เหมาะก็อาจทำให้เรากลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะมีคนเข้ามาเพื่อพยายามใช้ประโยชน์หรือทำอะไรที่ไม่ดี เป็นการเปิดพื้นที่ให้กับคนที่ไม่รู้จักวัตถุประสงค์เข้ามาและกลุ่มเหล่านี้มักจะมีทักษะของการที่จะจับได้ว่าเรามีอารมณ์อย่างไรเพื่อแทรกเข้ามาตรงอารมณ์ที่อ่อนไหวและหาประโยชน์ ทำให้มีผลทางลบบางอย่างตามมา

ปัจจุบันพบว่าคนไทยมีปัญหาโรคตาที่มีสาเหตุจากการใช้คอมพิวเตอร์และจอต่างๆเพิ่มมากขึ้นทุกปี ผลพวงจากความสะดวก และความทันสมัยของการสื่อสารในปัจจุบันทำให้เราเสพติดการสื่อสาร ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน เราก็มันจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์บอกเพื่อนผ่านโปรแกรมแชท และผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอยู่เสมอจนติดเป็นนิสัย จนทำให้เราลืมไปว่าดวงตาของเรากำลังถูกใช้งานอย่างหนักเกินความจำเป็น เพราะการมองหน้าจอต่างๆไม่ว่าจะเป็นจอสมาร์ทโฟน จอแทปเล็ต จอคอมพิวเตอร์ และจอโทรทัศน์ ตลอดเวลา และติดต่อกันเป็นเวลานาน ดวงตาของเราจะต้องเจอกับแสงจ้าจากหน้าจอดังกล่าว เกิดอนุมูลอิสระสะสม จนอาจจะทำให้เกิดความผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาของเราได้

พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนและแทปเล็ตที่เพิ่มขึ้น

ยังทำให้ให้เกิดปัญหาแก่ดวงตา เพราะการเพ่งจ้องนาน จะทำให้เกิดปัญหาตาแห้ง กระพริบตาน้อยลง แสบตา การมองเห็นผิดปกติ มองไม่ชัด กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรม และการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นพบว่าผู้ที่ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมงติดต่อกันมีความเสี่ยงต่อการเกิดคอมพิวเตอร์วิชชั่นซินโดรมแล้วยังมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคต้อหินในประชากรที่เพิ่มมากขึ้น

ส่วนมากสามารถเห็นปรากฏการณ์สังคมก้มหน้าได้บนรถไฟฟ้า แต่ปัจจุบันสามารถเห็นได้ในที่สาธารณะทุกแห่ง เช่น ร้านอาหาร จะเห็นว่าเมื่อสั่งอาหารเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างก้มหน้าอยู่บนจอมือถือของตัวเองอย่างอัตโนมัติ ซึ่งหากมองในแง่ดีก็มี เช่น ประเทศญี่ปุ่นสาเหตุที่ไม่ให้ใช้โทรศัพท์บนรถไฟเพราะจะได้ไม่มีเสียงที่รบกวนออกมา หรืออีกข้อดีระบบที่สื่อสารกันเป็นระหว่างคน 2 คน ไม่เหมือนการพูดคุยโทรศัพท์ในที่สาธารณะที่คนอื่นจะได้ยินว่าเราคุยอะไรกัน นอกจากนี้ยังเป็นการสื่อสารที่ทำให้คนเราเริ่มค้นพบมุมที่เป็นความสนใจของตัวเองที่เมื่อก่อนอาจจะไม่มีพื้นที่มาก แต่ตอนนี้เริ่มเห็นมีการรวมตัวกัน

มนุษย์ในสังคมปัจจุบันชอบตรวจสอบคนอื่นไม่ยอมหันมาตรวจสอบตนเอง

สังคมไทยปัจจุบัน เป็นสังคมที่เห็นคุณค่าทางวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ ยิ่งพัฒนาไปเท่าใด จะยิ่งเกิดปัญหาจากการพัฒนาเท่านั้น ยิ่งมีวัตถุสนองความต้องการมากเท่าใดยิ่งไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ คนไทยในยุคโลกาภิวัตน์จึงมีปัญหาทางจิตเกิดขึ้นมากมาย เช่น มีพฤติกรรมการแสดงออกที่รุนแรง ขาดเมตตา ทั้ง ๆ ที่พระพุทธศาสนาสอนว่า เมตตาธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนโลก ทำให้คนไทยยุคใหม่ตกเป็นทาสของประเทศทุนนิยมที่ผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคมาเป็นเหยื่อล่อ ทำให้มนุษย์เกิดกิเลสอยากมีอยากได้ สนับสนุนให้เกิดค่านิยมบริโภคผ่านสื่อต่าง ๆ โดยปราศจากการควบคุม เมื่อเกิดความอยากมี อยากได้ แต่ไม่มีเงินซื้อจะกระทำทุจริต ลักเล็กขโมยน้อย ฉกชิงวิ่งราวดังที่เป็นข่าวอยู่เสมอ สังคมปัจจุบันจึงไร้ความมีน้ำใจ มนุษย์ชอบหมกมุ่นในกามคุณ เป็นที่รวมสิ่งยั่วยุทางเพศ สื่อลามกต่าง ๆ มากมาย มีสิ่งมอมเมาในรูปแบบการพนันต่าง ๆ อีกมาก เสพสิ่งเสพติด เช่น บุหรี่ ยาบ้า ยาไอซ์ เมื่อสังคมไทยตกอยู่ในสภาพแวดล้อมทางสังคมเช่นนี้ จึงหมกมุ่นจนถอนตัวไม่ขึ้น อีกทั้งคนส่วนใหญ่คิดว่า การมีความพร้อมทางวัตถุจะทำให้ชีวิตมีความสงบสุข จึงชอบวิ่งตามวัตถุ ไขว่คว้าหามาบำรุงชีวิต สิ่งใดที่ยังไม่มีเหมือนคนทั่วไปจะพยายามดิ้นรนหามา สิ่งที่มีอยู่แล้วก็ให้มีมากกว่าเดิม ถึงกับกู้หนี้ยืมสินมาซื้อหา ที่ถลำลึกอาจถึงขั้นทุจริตคิดมิชอบต่อหน้าที่การงาน คนประเภทนี้จะหาความสงบสุขทางใจไม่ได้จนตลอดชีวิต

มนุษย์ในสังคมปัจจุบันชอบตรวจสอบคนอื่น ไม่ยอมหันมาตรวจสอบตนเอง ดังคำสอนที่ว่า จงเตือนตนด้วยตนเอง หรือจงตั้งตนไว้ในคุณธรรมก่อน แล้วจึงสอนคนอื่น ทำได้เช่นนี้จึงจะไม่มัวหมอง ไม่ควรแต่คิดหาความผิดของคนอื่นหรือธุระที่เขาทำหรือยังไม่ทำ แต่ควรพิจารณาตนว่า อะไรที่ตนทำแล้วหรือยังไม่กระทำ ระบบการศึกษาอบรมของไทยในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากประเทศทางตะวันตก สอนให้รู้เรื่องภายนอกตัว มิได้เน้นว่าเมื่อเรียนรู้เรื่องของคนอื่นแล้ว ให้หันมาตรวจสอบตนเองบ้าง ระบบการศึกษาเช่นนี้เมื่อตนมีข้อบกพร่องอะไรกลับมองไม่เห็น หรือเห็นแต่แกล้งทำไม่สนใจ พฤติกรรมของมนุษย์ประการสำคัญ คือ มีศรัทธาเลื่อนลอย คนไทยนับถือพระนับถือเจ้าก็จริง แต่ส่วนใหญ่ไม่ เลื่อมใสอย่างมั่นคง ชาวพุทธที่นับถือพระรัตนตรัยจึงควรพึ่งตนเอง ยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นแรงบันดาลใจ ไม่ดูถูกความสามารถของตนเอง หันไปพึ่งผีสางเทวดาหรือสิ่งที่เหลวไหล หรืองมงายต่าง ๆ เช่น สัตว์ประหลาดหัวเป็นหมู หางเป็นหมา ปลาไหลเผือก เป็นต้น