สื่อและเทคโนโลยีที่มีบทบาทต่อวัยรุ่นในปัจจุบัน

การสื่อสารในยุคปัจจุบันได้รับการพัฒนาอย่างมาก จนกระทั่งไม่มีใครสามารถตามผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีได้ทัน เพราะมันมีความก้าวหน้าทุกวันทีเดียว คนส่วนมากพูดว่าการสื่อสารเป็นดาบสองคม เนื่องจากมันมีทั้งคุณและโทษ แต่ที่จริงประโยชน์และความเสียหายนั้นอยู่ที่คนใช้ ไม่ได้อยู่ที่การสื่อสาร อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ คนที่ใช้มันต่างหากที่จะทำให้เครื่องมือนี้มีคุณประโยชน์ต่อชีวิตหรือเป็นความหายนะต่อสังคม โทรศัพท์มือถือช่วยประหยัดเวลาและเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมต่างๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดียิ่งสำหรับการทำธุรกิจหรือใช้ในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น แต่หากเป็นการสื่อสารเพื่อความชั่ว อาทิเช่น วัยรุ่นหนุ่มสาวที่ใช้พูดคุยกันโดยไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์และไม่คำนึงถึงข้อผิดข้อห้ามในอิสลาม ย่อมส่งผลอันเลวร้ายต่อครอบครัวและสังคม กี่มากน้อยที่ครอบครัวหลายครอบครัว ชีวิตหลายชีวิต ต้องประสบภัยและความวิบัติแห่งอุบายของผู้ไม่มีความรับผิดชอบ โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้อื่น คุณเคยคิดมั้ยว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตโดยปราศจากมือถือคุณจะอยู่ได้มั้ย คุณจะมีความสุขมั้ย เรานี่แหละเป็นผู้สร้างระบบชีวิต และเป็นผู้กำหนดสิ่งจำเป็นในชีวิตของเรา

โทรทัศน์ก็เช่นเดียวกัน มันกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสนุกสนานในครอบครัวโดยไม่มีใครนึกว่าจะมีสิ่งอื่นที่มีบทบาทในครอบครัวแทนโทรทัศน์ จึงเกิดการเข้าใจว่าชีวิตของเราผูกพันกับการสื่อสารหลายประเภทแบบนี้ ทำให้เราคิดว่าชีวิตของเราจะล้มเหลวหากไม่มีระบบการสื่อสารดังกล่าว คุณเคยคิดมั้ยว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องดูทีวี ถ้าต้องการเสาะหาข่าวสารก็ติดตามหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์ข่าวทางอินเตอร์เน็ต คุณจะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้หรือไม่

การสื่อสารเปรียบเสมือนแว่นตาที่จะทำให้เรามองเห็นหรือเห็นได้ชัดขึ้น ตราบใดการสื่อสารที่เราใช้มีรูปแบบและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมอื่นที่มิใช่อิสลามนั้น การวิเคราะห์ปัญหาก็ต้องมุ่งไปตามภาพที่เราได้รับมาจากแว่นตาอันนั้น คุณว่ามั้ย เยาวชนหนุ่มสาวที่เข้าไปดูเว็บไซต์ที่เผยแพร่ชีวิตของชาวตะวันตกในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความบันเทิง หรืออื่นๆ พอกลับมาอยู่ในสังคมของเขาก็ย่อมเกิดการเปรียบเทียบ และด้วยการที่เยาวชนด้อยประสบการณ์ อาจเกิดความเข้าใจว่าชีวิตของตนจะไม่สมบูรณ์และบรรลุความสำเร็จจนกว่าจะให้ระบอบชีวิตแบบชาวตะวันตกปรากฏในชีวิตของตน และนั่นคือความวิบัติที่เยาวชนหนุ่มสาวต้องประสบหากไม่มีพื้นฐานแห่งอีมาน หรือไม่มีความภูมิใจในศาสนาของตน

เราต้องการให้เยาวชนหนุ่มสาวของเรามิใช่เป็นเพียงผู้บริโภคเทคโนโลยีและการสื่อสารของผู้อื่นเท่านั้น แต่ต้องการให้พวกคุณเป็นผู้ผลิต ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการสื่อสารและเทคโนโลยีต่างๆให้สอดคล้องกับชีวิตของมุสลิม อย่างน้อยที่สุดก็เป็นผู้บริโภคแบบคัดเลือกและรู้จักสรรหาสิ่งที่ดี เพื่อขจัดความชั่วที่ผ่านมาทางสื่อมิให้มีอิทธิพลหรือความสำคัญในชีวิตของตน

พฤติกรรมการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

20120906214435ปัจจุบันนี้ปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคม หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวและไม่ส่งผลเสียหายต่อประเทศมากนักเพราะเป็นเรื่องความสมัครใจ แต่หากพิจารณาจากสถิติกรณีฆ่าตัวตายแล้วจะพบว่าในประเทศไทยจะมีบุคคลฆ่าตัวตาย ประมาณ 6 คน ต่อประชากร 1 แสนคน หรือประมาณเกือบ 4 พันคนต่อปี และช่วงหลังมานี้ปัญหานี้ได้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ไปสู่กลุ่มคนทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นดารา นักร้อง นักแสดง นักธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะที่เป็นข่าวบ่อยๆช่วงนี้ คือ ข้าราชการ บุคคลติดอาวุธ ซึ่งก่อนที่จะก่อเหตุฆ่าตัวตายก็มักจะก่อเหตุฆ่าผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เป็นข่าวสะเทือนขวัญอยู่บ่อยครั้ง หากคิดเป็นตัวเลขความสูญเสียด้านชีวิตแล้วถือว่ามหาศาล

เนื่องจากการฆ่าตัวตายมีความแตกต่างกันหลายสาเหตุ เมื่อเกิดปัญหาก็เกิดความเครียด หาหนทางออกของการแก้ไขปัญหาไม่ได้ รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ในที่สุดหลายคนตัดสินใจหนีปัญหานั้นด้วยการฆ่าตัวตาย แต่ปัญหาไม่จบตามไปด้วย ทุกเรื่องยังคงอยู่ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความทุกข์ เศร้าโศกเสียใจให้กับคนใกล้ชิดอีกด้วย สังคมไทยจึงมีปัญหามากมายรุมเร้า การฆ่าตัวตายในประเทศไทย ภาคเหนือมาเป็นอันดับแรกเลยก็ว่าได้ เพราะเกิดจากหลายสาเหตุรุมเร้าไม่มีการแก้ปัญหา หาทางออกได้ดี เรื่องเหล่านี้ควรจะมีการแก้ไขปัญหา มีวิธีการช่วยเหลือคนเหล่านี้ ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆอีกมากมาย เพราะฉะนั้นสังคมควรจะมีการช่วยเหลือให้มาก

สำหรับปัจจัยทางด้านสภาพของสังคมและจิตใจนั้นเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้เกิดมีการพยายามฆ่าตัวตายหรือฆ่าตัวตายของคนในสังคมไทยมากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยู่ในวัยแห่งการเรียนรู้หรือวัยแห่งการศึกษา อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพสังคมไทยในยุควิกฤตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับการขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว ขาดที่ปรึกษาที่จะช่วยเหลือเป็นที่ระบายความคับแค้นข้องใจต่างๆ เนื่องจากสภาพของครอบครัวไทยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เด็กหรือเยาวชนในครอบครัวขาดผู้ชี้นำหรือได้รับความช่วยเหลือทางด้านจิตใจ

ปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยในปัจจุบัน

ปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยในปัจจุบันปัจจุบันปัญหาของวัยรุ่นในสังคมไทยรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านกายภาพ  เศรษฐกิจและสังคมเมือง  ประกอบกับวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเจริญเติบโตมีความเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย  จิตใจ  และอารมณ์  ทำให้วัยรุ่นประสบปัญหามากมาย  เช่นปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ปัญหาการทำแท้ง  ปัญหาโรคเอดส์  ปัญหาความรุนแรง  เป็นต้นทั้งนี้ปัญหาที่สำคัญของวัยรุ่นในปัจจุบัน  ได้แก่  ปัญหายาเสพติด  ปัญหาที่เกิดจากการขาดความเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกาย  และปัญหาความรุนแรง  ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากปัญหาครอบครัว  สภาพแวดล้อมใกล้ตัวที่ชักจูงไปในทางไม่ดี   และการใช้ความรุนแรงในสังคม

ผลกระทบของปัญหาที่ศึกษาต่อสังคม

  1. ปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยวัยรุ่นด้วย ไม่ค่อยเชื่อฟังในสิ่งที่ผู้ปกครองบอก ส่วนใหญ่จะเชื่อเพื่อนและไปตามเพื่อน อารมณ์ความรุนแรงของวัยรุ่นทำให้เกิดผลกระทบและปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย
  2. ปัญหาทางด้านการเรียน การใช้สมอง สติ ปัญญา ในการเรียนจะลดน้อยลง เนื่องจากเด็กวัยรุ่นบางคนเที่ยวกลางคืน และไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน ความคิดก็ไม่ไปกับสิ่งที่กำลังเรียนอยู่ ทำให้จิตใจเหม่อลอย ไม่มีสติในการเรียน ทำให้มีผลผลกระทบต่ออนาคตของวัยรุ่น
  3. การมีรักในวัยเรียนของวัยรุ่น วัยรุ่นบางคนมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การทำแท้ง การติดโรคจากการมีเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์
  4. ปัญหาการติดยาเสพติด การเริ่มเข้าไปใช้ยาเสพติดของวัยรุ่นยังเป็นเรื่องของความ”อยากลอง” ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน” ปัจจุบันมีเด็กบางคนหันเข้าไปหายาเสพติด เพียงเพราะรู้สึกว่า ใครๆ เขาก็ทำกัน เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นจะแปลกอะไร ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด กลายไปเป็นเหยื่อของสารเสพติด และเป็นปัญหาของสังคมที่ยังแก้ไม่หาย

ปัญหาของวัยรุ่น ที่เป็นปัญหาทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย มีผลกระทบต่อตัวของวัยรุ่นเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ซึ่งปัญหานี้ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ การศึกษาเรียนรู้ และหาแนวทางการในการแก้ปัญหาต่อไป

พฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

Image.aspxธุรกิจที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับกระแสตลาดได้นั้นย่อมมีโอกาสรอดจากสมรภูมิการตลาดได้มากกว่า ซึ่งสิ่งที่สามารถทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้นก็คือการรับฟังลูกค้า และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและความคิดของพวกเขา การเอาใจใส่ลูกค้าอยู่เสมอจะทำให้เราสังเกตได้เองว่าพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไร และต้องการอะไรจากเรา ปัจจุบันเป็นยุคที่พฤติกรรมของผู้คนนั้นมีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง สินค้าส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยการสร้างตัวเลือกหรือข้อเสนอของสินค้าและบริการให้ตรงใจและตรงความต้องการมากขึ้น เพราะการกำหนดกฎเกณฑ์ทุกอย่างให้กับลูกค้านั้นอาจไม่ได้ตรงตามความต้องการของทุกคนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปเราเรียกการตลาดแบบที่ขายสินค้าปริมาณมากๆไปในทางเดียวกันหรือเป็นการตลาดแบบมวลชนจึงก่อให้เกิดการตลาดที่เป็นการเน้นให้ลูกค้าสามารถออกแบบและปรับแต่งสินค้าได้เองมากขึ้น

เกิดการแข่งขันกันมากขึ้นคือในเรื่องของการตอบสนองความต้องการสินค้าของลูกค้าได้ทันท่วงที เพราะลูกค้ายุคนี้มักต้องการสินค้าในทันที และยอมจ่ายเงินมากกว่าเพื่อให้ได้ลองใช้สินค้าและบริการใหม่ๆก่อนใครอีกด้วย ดังนั้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มผลิตผลของสินค้าและบริการ รวมไปถึงรูปแบบต่างๆของการกระจายสินค้าที่รวดเร็วก็จะสามารถชิงความได้เปรียบจากคู่แข่งในการส่งสินค้าถึงมือลูกค้าก่อนได้เห็นผลแบบไม่ต้องสงสัย อีกทั้งพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันนี้ยังมีความต้องการสินค้าใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา อะไรที่เป็นสิ่งใหม่ในวันนี้จะต้องถูกถอดแบบขึ้นในวันต่อมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันท่วงที

ปัจจุบันสื่อมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า โดยที่ผู้บริโภคในปัจจุบันจะเปิดรับทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ แต่ในท้ายที่สุดของการตัดสินใจซื้อจะใช้ออนไลน์ จากผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลต่อการซื้อสินค้าเทคโนโลยี และสินค้าเพื่อสุขภาพความงามพบว่ารูปแบบการซื้อที่แตกต่างไปจากความเชื่อเดิม จะเห็นได้ว่าสื่อดิจิตอลมีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดวิธีคิด ทัศนคติ และการดำเนินชีวิต แทบจะทุกกิจกรรมในแต่ละวันจะมีสื่อดิจิตอลเข้ามามีบทบาทแทบทั้งสิ้น ร้านค้าปลีกต้องปรับตัวด้านเครื่องมือสื่อสารและช่องทางจำหน่าย ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่ผ่านมาได้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว จากการพัฒนาช่องทาง ชอปปิง ออนไลน์ของกลุ่มค้าปลีก

ทัศนคติและพฤติกรรมในการใช้เทคโนโลยี

“ผลจากการที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมกระแสหลักนั้นเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ในฐานะผู้บริโภค เราลองใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ และเก็บแอพพลิเคชั่นที่เราคิดว่ามันทำให้ชีวิตของเราความสมบูรณ์แบบมากขึ้น จนเราไม่ทันสังเกตว่าทัศนคติและพฤติกรรมของเรากำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา บริการและสินค้าที่เมื่อไม่นานมานี้เราเคยคิดว่าไกลเกินจินตนาการ ตอนนี้กลับเป็นที่ยอมรับและคาดว่าจะเข้าถึงมือตลาดคนหมู่มากได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้นก่อนที่เราจะไปถึงปี 2020 กับอนาคตที่ดูใกล้กับเรามากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

โดย 10 อันดับเทรนด์ของผู้บริโภคในปี 2015 มีดังต่อไปนี้

1. อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม รูปแบบการใช้งานสื่อแบบต่างๆ กำลังแพร่ขยายไปทั่วโลก ผู้ชมกำลังหันไปหาบริการออนดีมานด์ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงเนื้อหาวีดีโอข้ามแพลทฟอร์มได้โดยง่าย โดยในปี 2015 จะเป็นปีสำคัญที่ผู้คนจะชมวีดีโอจากการสตรีมเป็นรายสัปดาห์มากกว่าการดูรายการทีวีตามผังรายการ

2. บ้านที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อาศัย ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากในการติดตั้งเซนเซอร์ในบ้านที่สามารถแจ้งให้ทราบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำและไฟฟ้าอะไรบ้างหรือสมาชิกครอบครัวนั้นออกไปข้างนอกหรือกลับบ้านเมื่อไหร่

3. การสื่อสารผ่านทางความคิด การสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ จะปรากฏออกมาเรื่อยๆ ทำให้เรามีวิธีติดต่อกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวมากขึ้น เจ้าของสมาร์ทโฟนหลายคนอยากใช้งานอุปกรณ์แวร์เอเบิ้ลที่ทำให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ผ่านทางความคิด และเชื่อว่าอุปกรณ์นี้จะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020

4. พลเมืองอัจฉริยะ แนวคิดเรื่องเมืองอัจฉริยะนั้นน่าสนใจอยู่ แต่ความฉลาดที่ประกอบเป็นความอัจฉริยะดังกล่าวนั้นอาจเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปของพลเมือง ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เรารับข้อมูลมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งตัดสินใจได้ดีมากขึ้นเท่านั้น ผู้บริโภคเชื่อว่าแผนที่แสดงการใช้งานอินเทอร์เน็ต แอพพลิเคชั่นเปรียบเทียบการใช้พลังงานและเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์นั้นจะกลายเป็นของกระแสหลักในปี 2020

5. เศรษฐกิจแบบแบ่งปันกัน ยิ่งอินเทอร์เน็ตทำให้เราสามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้แบบง่ายดายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมามากเท่าไหร่ แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจแบบแบ่งปันนั้นก็ยิ่งแพร่หลายมากขึ้นเท่านั้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดนั้นมีความเปิดกว้างต่อแนวคิดในการให้เช่าห้องว่าง เครื่องใช้ส่วนตัวในบ้านและอุปกรณ์หรูหราที่เหลือใช้เพราะว่าสะดวกและสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้น

6. กระเป๋าเงินดิจิตอล
ร้อยละ 48 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นอยากใช้โทรศัพท์ในการจ่ายค่าสินค้าและบริการ ร้อยละ 80 เชื่อว่าสมาร์ทโฟนจะเข้ามาแทนที่กระเป๋าเงินในปี 2020

7. ข้อมูลของฉัน แม้ว่าการแบ่งปันข้อมูลเมื่อมีผลประโยชน์นั้นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนก็ยังไม่เห็นว่าควรจะเปิดเผยการกระทำของตนเองให้กับผู้อื่น ร้อยละ 47 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการจะจ่ายผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่มีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติตามไปด้วย ร้อยละ 56 ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการให้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมดนั้นมีการเข้ารหัส

8. อายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนนั้นเห็นว่าบริการคลาวด์ในหลากหลายรูปแบบนั้นเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีสุขภาพที่ดีและยืนยาวกว่าเดิม แอพพลิเคชั่นที่ใช้ขณะวิ่งจ็อกกิ้ง ตรวจวัดหัวใจและแผ่นที่สามารถตรวจวัดอาหารของเราได้นั้นถูกเชื่อว่าจะช่วยยืดชีวิตของเราได้ถึง 2 ปีต่อหนึ่งแอปพลิเคชั่น

9. หุ่นยนต์ใช้งานในครัวเรือน ผู้บริโภคนั้นเปิดรับต่อแนวคิดในการมีหุ่นยนต์ไว้ใช้งานในครัวเรือนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านในแต่ละวัน ร้อยละ 64 เชื่อว่าหุ่นยนต์จะมีอยู่ในบ้านเป็นเรื่องปกติในปี 2020

10. เด็กๆ นั้นสามารถเชื่อมต่อได้ทุกอย่าง เด็กๆ นั้นจะเป็นผู้ที่ผลักดันความต้องการอินเทอร์เน็ตที่สัมผัสได้มากขึ้นต่อไป ซึ่งเป็นโลกทางกายภาพของเราที่มีการเชื่อมถึงกันเฉกเช่นเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมถึงกัน ผู้ใช้สมาร์ทโฟนร้อยละ 46 นั้นกล่าวว่าเด็กๆ นั้นคาดหวังว่าของทุกอย่างจะสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้เมื่อพวกเขาโตขึ้น